วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เสนอเรียกเก็บภาษีนำเข้าจาก 60 ประเทศรวมถึงประเทศไทย ในอัตรา 12.5 % ภายใต้มาตรา 301 โดยอ้างความล้มเหลวในการจัดการปัญหาแรงงานบังคับ สินค้าส่งออกหลักอย่างอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการยกเว้น แต่กระทบข้าว อาหารทะเล และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยขณะนี้ กำลังเร่งเจรจาเพื่อยุติปัญหาก่อนสหรัฐฯ ประกาศผลไต่สวนนั้น ประเทศไทยยังไม่มีพระราชบัญญัติหรือกฎหมายเฉพาะที่บัญญัติเรื่อง "แรงงานบังคับ" (Forced Labor) ไว้อย่างชัดเจนและครอบคลุม ทำให้ไทยถูกสหรัฐฯ (USTR) ตรวจสอบและเสี่ยงต่อมาตรการกีดกันทางการค้า เช่น การเล็งปรับขึ้นภาษีนำเข้า แม้ไทยจะมี พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ที่ห้ามการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับทางอ้อม และมี พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 แต่ในมุมมองของกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ไทยยังขาดกรอบกฎหมายเฉพาะที่ห้ามนำเข้าหรือควบคุมสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับอย่างเบ็ดเสร็จ ส่งผลให้ภาครัฐต้องเร่งเจรจาเพื่อชี้แจงและปรับปรุงมาตรฐานด้านแรงงานให้สอดคล้องกับสากล
อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวหาไทยเป็นผู้ใช้แรงงานภาคบังคับโดยตรง แต่เป็นเรื่องของการที่ฝ่ายไทยรับซื้อหรือนำเข้าสินค้ามาจากประเทศที่มีการใช้แรงงานภาคบังคับ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ถูกเรียกว่าเป็น ‘Prelim’ หรือข้อสรุปในเบื้องต้นเท่านั้น และยังไม่ได้สิ้นสุดกระบวนการทั้งหมดซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์ ยังคงเดินหน้าทำงานต่อไป คาดจะเสร็จทันภายในเดือนกรกฎาคม ก่อนอัตราภาษีปัจจุบัน 19 % จะสิ้นสุดลงช่วง 24 กรกฎาคมนี้








