ราคาน้ำมัน WTI และเบรนท์ร่วงกว่า 5% หลังสหรัฐส่งสัญญาณเจรจาสันติภาพกับอิหร่านคืบหน้า นักลงทุนจับตาสต็อกน้ำมันสหรัฐและสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 5% ในวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2569 หลังมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 5.21 ดอลลาร์ หรือ 5.55% ปิดที่ 88.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 5.29 ดอลลาร์ หรือ 5.31% ปิดที่ 94.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันได้รับแรงกดดันหลังจากนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวว่า การเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าบางส่วน และรัฐบาลสหรัฐจะเดินหน้าผลักดันให้การเจรจาประสบความสำเร็จ
รูบิโอกล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงให้ความสำคัญกับแนวทางการทูตในการแก้ไขความขัดแย้ง แม้สหรัฐจะยังคงมีทางเลือกอื่น หากการเจรจาไม่สามารถบรรลุผลได้
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมว่า สหรัฐจะไม่ยอมให้อิหร่านเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดให้เรือทุกลำสามารถเดินเรือผ่านได้ เนื่องจากเป็นน่านน้ำสากล และไม่ควรมีฝ่ายใดเข้าควบคุม
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์พลังงานภายในประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลก








