ตลาดน้ำมันโลกยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอุปทาน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยืดเยื้อต่อเนื่อง โดยนักลงทุนกังวลว่าภาวะชะงักงันของการผลิตและการขนส่งน้ำมันจะยาวนานออกไปอีก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานในตลาดโลก
โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.11 ดอลลาร์ หรือ 4.19% ปิดที่ 102.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 3.56 ดอลลาร์ หรือ 3.42% ปิดที่ 107.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 โดยยังไม่มีสัญญาณยุติความขัดแย้งในระยะใกล้ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านอยู่ในภาวะเปราะบางอย่างมาก และยังปฏิเสธข้อเสนอจากอิหร่านในการยุติสงคราม
ข้อเสนอของอิหร่านดังกล่าวรวมถึงการเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม ยอมรับอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ ยุติมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงการยกเลิกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน ซึ่งยังคงเป็นประเด็นขัดแย้งสำคัญที่ทำให้การเจรจาสันติภาพไม่คืบหน้า
นักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อต่อไป อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการชะงักงันของอุปทานน้ำมันโลก และทำให้ราคาพลังงานยังคงผันผวนในระดับสูงต่อไปในระยะข้างหน้า








