วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผย ผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายและผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม พบว่า แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายด้านด้านการศึกษาของบุตรหลาน และราคาน้ำมันส่งผลให้สินค้าและบริการแพงขึ้น แต่ผู้ปกครองก็ยินดีจ่ายสำหรับการเล่าเรียนของบุตรหลาน โดยประเมินมูลค่าการใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมนี้จะมาการขยายตัวสูงสุดในช่วง 10 ปี และมีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 66,372.50 ล้านบาท โดยโตจากปี 2568 ถึง 6% ผู้ปกครองมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยโดยรวมช่วงเปิดเทอม 29,930 บาท โดยโรงเรียนรัฐบาลห้องปกติ 10,975 บาท โรงเรียนรัฐบาลห้องพิเศษ 33,874 บาท โรงเรียนเอกชนภาคภาษาไทย 31,040 บาท และโรงเรียนเอกชน 2 ภาษา 52,660 บาท
โดยผู้ปกครองส่วนใหญ่จะเลือกลดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว ลดการใช้จ่ายส่วนตัว ลดค่าอาหาร และดึงเงินออมมาใช้จ่ายด้านการศึกษา ลดกิจกรรมเสริมนอกหลักสูตรของบุตรหลาน นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับโรงเรียนที่มีคุณภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนอินเตอร์ โรงเรียนสองภาษา โรงเรียนเอกชน และห้องเรียนพิเศษ ซึ่งเป็นการสะท้อนว่าครัวเรือนไทยยังไม่ตัดลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แม้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำลง และเป็นสัญญาณชี้ว่า การศึกษา กลายเป็นต้นทุนสำคัญที่ครอบครัวไทยยอมแบกรับเพื่ออนาคตลูก
ด้านพฤติกรรมการซื้อสินค้าเปิดเทอม ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังต้องซื้อหนังสือเรียนใหม่ทั้งหมด 84.4% และรองเท้า/ถุงเท้านักเรียนใหม่ทั้งหมด 61.4% ขณะที่สินค้าอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียน และกระเป๋า มีแนวโน้มซื้อใหม่บางส่วนหรือใช้ของเก่ามากขึ้น สะท้อนการปรับตัวลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ส่วนความต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือ ผู้ปกครองต้องการให้ลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่ายการศึกษาเพิ่มเติม สนับสนุนเงินอุดหนุนโดยตรง อุดหนุนค่าเดินทางนักเรียน และควบคุมราคาสินค้าที่เกี่ยวกับการเรียน








