สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ปิดการซื้อขายในวันศุกร์ (24 เม.ย.) ปรับตัวลดลงท่ามกลางความผันผวนของตลาด อย่างไรก็ตาม ราคายังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เมื่อเทียบรายสัปดาห์ โดยนักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยด้านอุปทานน้ำมัน และความเป็นไปได้ของการกลับมาเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการผลิตและการส่งออกน้ำมันในตลาดโลก
โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิถุนายน ลดลง 1.45 ดอลลาร์ หรือ 1.51% ปิดที่ 94.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.25% ปิดที่ 105.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้จะปิดตลาดผสมผสาน แต่ภาพรวมทั้งสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันยังพุ่งแรง โดย WTI เพิ่มขึ้นเกือบ 13% และเบรนท์เพิ่มขึ้นประมาณ 16% สะท้อนแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทานในตลาดพลังงานโลก
แรงกดดันต่อราคาน้ำมันเริ่มชะลอลง หลังมีรายงานว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน มีกำหนดเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดในช่วงค่ำวันศุกร์ เพื่อหารือข้อเสนอเกี่ยวกับการกลับมาเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังการเจรจารอบก่อนหน้านี้ล้มเหลวในช่วงต้นสัปดาห์
ขณะเดียวกัน ตลาดยังตอบสนองต่อรายงานที่ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ส่งนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขย เดินทางไปยังปากีสถาน เพื่อพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งยิ่งเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการคลี่คลายความตึงเครียดในภูมิภาค








