ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ตลาดพลังงานผันผวนหนัก ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่อง
โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 2.89 ดอลลาร์ ปิดที่ 95.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 3.16 ดอลลาร์ ปิดที่ 105.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงหนุนราคาน้ำมันมาจากรายงานข่าวความไม่สงบในอิหร่าน โดยมีเหตุระบบป้องกันภัยทางอากาศในกรุงเตหะรานยิงสกัดเป้าหมายเหนือเมืองหลวง พร้อมรายงานเหตุโดรนโจมตีฐานทัพของกลุ่มชาวเคิร์ดอิหร่านในอิรัก สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน สถานีวิทยุของอิสราเอลรายงานว่า โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ได้ลาออกจากทีมเจรจากับสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินผ่านตัวกลางอย่างปากีสถาน โดยการลาออกดังกล่าวถูกมองว่าเป็นชัยชนะของกลุ่มสายแข็งในรัฐบาลอิหร่าน และอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความพยายามในการเจรจาสันติภาพ
ด้านตลาดทองคำเผชิญแรงขาย หลังนักลงทุนวิตกว่าความขัดแย้งและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ อาจทำให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด ส่งผลให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำถูกกดดันในระยะสั้น








