วันที่ 31 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังเพื่อเตรียมจัดมาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชนจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง กระทรวงการคลังรื้อโครงการคนละครึ่งพลัส เตรียมเสนอโครงการ "ไทยช่วยไทย Plus" รวมคนละครึ่งและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการสามารถใช้จ่ายในระบบของร้านค้าคนละครึ่งได้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อจัดการวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมัน กระทรวงการคลังเตรียมปรับจากการอุดหนุนที่ "ราคา" มาเป็นการอุดหนุนที่ "ตัวบุคคล" โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จึงมุ่งมายังกลุ่ม เป้าหมาย มุ่งเน้นดูแลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13 ล้าน 4 แสนคน โดยประสานงานกับสำนักงบประมาณเพื่อเตรียมงบกลางมาดูแล เตรียมเสนอ ครม. นัดแรกคาดว่าก่อนช่วงสงกรานต์ 7-9 เมษายนนี้
ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเร่งออกแบบรายละเอียดของ ‘โครงการไทยช่วยไทย พลัส’ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือน พ.ค. 2569 โดยโครงการดังกล่าวจะรวมโครงการคนละครึ่ง พลัส และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าด้วยกัน เบื้องต้นผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้า และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัสได้ด้วย เช่นเดียวกับผู้ที่อยู่ในโครงการคนละครึ่ง พลัส ก็จะสามารถใช้จ่ายผ่านร้านธงฟ้าได้ด้วยเช่นกัน รวมถึงจะมีการดึงเอไอเข้ามาเสริมทักษะของร้านค้าด้วย
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับมาตรการเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละ 100 บาท ตามมติเดิมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น ต้องพับไปก่อน เมื่อมีรัฐบาลชุดใหม่จึงต้องทบทวนเงินช่วยเหลือให้เงินเพิ่มขึ้นจากเดิม ขณะนี้กระทรวงคลังกำลังศึกษาหาแหล่งเงินมารองรับ จึงเร่งผลักดันโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส“ หรือชื่อเดิม “คนละครึ่ง Plus“ นำออกมาช่วยเหลือก่อน เบื้องต้นจะให้ลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด หวังว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนได้เร็วที่สุดคือช่วงปลายเดือนเมษายน ส่วนกลุ่มบัตรสวัสดิการยังได้วงเงินแยกต่างหาก แต่จะใช้ร้านค้าในวงเดียวกันได้ และการลงทะเบียนรอบใหม่จะเปิดให้ใช้สมาร์ทโฟนแทนบัตรประชาชนได้สำหรับผู้ที่มีความพร้อม
"มาตรการเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 100 บาทต่อเดือน รวมเป็น 400 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยค่าครองชีพจากผลกระทบราคาน้ำมันแพงนั้น เป็นมติครม. ดิม ซึ่งเป็นรัฐบาลรักษาการ ขณะนี้ได้สิ้นสภาพแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้จะมีการนำมาทบทวนใหม่ว่า 100 บาทนั้นน้อยเกินไปหรือไม่ จะต้องดูรวมกับงบประมาณที่มี แต่ยืนยันว่าเม็ดเงินจะไม่น้อยกว่าเดิมอย่างแน่นอน และหลังจากนั้นจะเร่งเสนอให้ ครม. พิจารณาทันที"








