วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันเป็น “วิกฤตของโลก” ยังไม่สามารถประเมินจุดสิ้นสุดได้อย่างชัดเจน รัฐบาลจึงดำเนินมาตรการ ช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” เป็นลำดับแรก ผ่านมาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการ ฯ เตรียมประชุมคณะกรรมการบัตรสวัสดิการฯ วันจันทร์นี้ เพื่อโอนเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ จาก 300 บาท เพิ่มเป็น 400 บาท เพราะเป็นกลุ่มไม่มีรถยนต์ ไม่ได้ใช้น้ำมัน และเมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้าบริหารประเทศต้นเดือนเมษายนนี้ จะเริ่มออกนโยบายคนละครึ่งพลัส เพื่อเติมกำลังซื้อให้รายย่อย และร้านค้าเข้าร่วมโครงการ กระทรวงคลังได้เตรียมพร้อมรายละเอียดเอาไว้หมดแล้ว
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า แนวทางรับมือวิกฤตราคาน้ำมัน สำหรับกลุ่มขนส่ง เตรียมใช้รูปแบบการช่วยเหลือแบบจ่ายตรงถึงผู้ประกอบการ ผ่านระบบดิจิทัล เช่น พร้อมเพย์ เพื่อให้เงินถึงมือผู้ได้รับผลกระทบจริง ลดปัญหาความคลาดเคลื่อน โดยจะใช้เทคโนโลยี GPS ตรวจสอบการใช้งานจริงของรถแต่ละคัน ด้วยการชดเชยรถบรรทุกในอัตรา 6 บาทต่อลิตร โดยไม่จ่ายล่วงหน้า แต่ให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลการวิ่งจริงมาเบิกคืน ขณะที่รถโดยสารสาธารณะจะได้รับการช่วยเหลือในอัตราประมาณ 4 บาทต่อลิตร ทั้งระบบจะอิงการใช้งานจริงแบบรายคัน เพื่อความเป็นธรรมและแม่นยำ
"ปัจจุบันมีรถบรรทุกในระบบกว่า 100,000 คัน และรถโดยสารสาธารณะอีกราว 20,000 คัน โดยกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกจะเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ขณะที่กระทรวงการคลังจะสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งประเมินว่าจะใช้วงเงินประมาณ 1,800 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนมาตรการช่วยเหลือวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ขึ้นทะเบียนกว่าแสนราย เตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือ 300 บาทต่อเดือน ผ่านพร้อมเพย์โดยตรง เนื่องจากมีฐานข้อมูลเลขบัตรประชาชนอยู่แล้ว"
ทั้งนี้มาตรการทั้งหมดจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลใหม่ โดยสามารถใช้งบกลางเพื่อช่วยเหลือเร่งด่วนได้ทันที หากได้รับอนุมัติ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแบบ “คู่ขนาน” ทั้งการเตรียมของบประมาณและการรอความชัดเจนทางการเมือง เพื่อให้สามารถเริ่มช่วยเหลือได้เร็วที่สุด คาดว่าคงเลือกแนวทางลดภาษีสรรพสามิตดีเ ซล หากลดลง 1 บาท รัฐเสียรายได้ 2,000 ล้านบาท ส่วนของมาตรการด้านภาษี กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎกระทรวงเพื่อลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกำหนดอัตราที่ชัดเจน ก่อนเสนอให้มีผลบังคับใช้ต่อไปรัฐบาลย้ำว่ามาตรการทั้งหมดเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงวิกฤต โดยการดำเนินการระยะยาวจะขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป
ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติหลักการเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขออนุมัติการใช้งบประมาณตามระเบียบ เมื่อได้รับงบประมาณมาแล้วจะสามารถเติมเงินเข้าบัตรให้แก่ผู้ถือสิทธิ์ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่ 1 ของเดือน หากงบประมาณพร้อมเมื่อใด ระบบจะดำเนินการโอนเงินให้ทันทีและสามารถใช้สิทธิ์ได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 30 วัน







