บอย อินชัวร์
ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางเวลานี้เรียกว่ากระทบลามไปทั่ว ไม่ว่าวิกฤติน้ำมัน และพลังงานที่เป็นหัวใจใหญ่ฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั่วโลก ในแง่ธุรกิจประกันภัยเขื่อว่าคงต้องปรับเป้าตัวเลขเติบโตจ้าละหวั่น จากเดิมคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเติบโต ดีไม่ดีมีสิทธิเติบโตติดลบ เพราะผู้คนคงจะพยายามขับเคลื่อนตัวเองและครอบครัวไปอยู่ในเซฟโซน อะไรที่ลงทุนแล้วมีความเสี่ยงหรือดำเนินขีวิตอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงคงจะชะลอออกไปก่อน จึงทำให้ภาวะการลงทุนเกิดชะงักงัน
ขณะที่บอรด์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ได้รับรายงานจากเลขาธิการคปภ.เป็นที่เรียบร้อยแล้วถึงการประเมินความเสี่ยงของภาพรวมธุรกิจประกันภัยในระยะสั้นจากสงครามแล้วคงไม่กระทบอะไรมากนัก โดยเฉพาะตัวเลขปริมาณเบี้ยประกันภัยต่อที่ส่งไปเอาประกันต่อในประเทศต่างๆในแถบตะวันออกกลางน้อยมากเพียง 100กว่าล้านบาทเอง และที่สำคัญเงื่อนไขการรับประกันภัยต่างประเทศส่วนใหญ่ยกเว้นโดยจะไม่คุ้มครองกรณีเกิดภัยสงครามอยู่แล้ว จึงโล่งอกไปเปราะ ส่วนผลกระทบในระยะยาวยังเฝ้าระวังจับตาดูอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนตราสารในประเทศหรือต่างประเทศ รวมถึงผลกระทบบ.แม่ในตปท.ของบริษัทประกันในไทยเองด้วย
แต่ที่แน่ๆในวันพฤหัสฯที่ 5 มี ค.นี้คณะทำงานประกันทางทะเลและขนส่ง สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้เรียกหารือด่วน! เพื่อถกถึงกรณีสมาคมผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัยนานาชาติที่เป็นหน่วยงานหลักที่กำหนดมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยและการประกันภัยต่อทั่วโลกได้ออกประกาศด่วนถึงการยกเลิกความคุ้มครองภัยสงคราม: ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569 บริษัทประกันภัยทางทะเลฯรายใหญ่และบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศหลายแห่งได้ประกาศ ยุติการให้ความคุ้มครองความเสี่ยงจากสงคราม (War Risk) สำหรับการรับประกันเรือขนส่งทางทะเลที่เดินเรือในพื้นที่ขัดแย้ง เช่น อ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ตึงเครียดขึ้น ในกรณีนี้รวมไปถึงเงื่อนไขความคุ้มครองกธ.เดิมที่ทำประกันไว้อยู่แล้วหากยังวิ่ง ก็ยกเว้นโดยตะไม่คุ้มครองหากเดินเรือเส้นทางดังกล่าว เลยทำให้ต้องเดินเรืออ้อมแหลมเพื่อข้ามมหาสมุทรหรือทวีปในปัจจุบันที่มีเส้นทางหลักที่แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ซึ่งต้องใช้เวลานานออกไปอัก10วัน แม้จะเสียค่าใช้จ่ายแพงขึ้นมาหน่อย ก็ยังดี แต่แน่ล่ะ ปัญหาสำคัญการแช่แข็งอาหารบางอย่างจะได้คุ้มกับเสียหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คงเป็นดุลยพิจผู้ประกอบการ
มีสองงานยักษ์ที่ต้องมาลุ้นกันสำหรับคนวงการนักขาย ว่าจะยังคงเดินหน้าจัดต่อไปกันหรือไม่ ในท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางยังครุกกรุ่นขณะนี้โดยงานแรกเป็นงาน GAMA ของสุดยอดผู้นำระดับโลกที่จะจัดให้มีขึ้นในงานสัมมนาผู้บริหารตัวแทนประกันชีวิตระดับนานาชาติLAMP USA 2026 ที่มีคิวจัดระหว่างวันที่ 22 – 24 มีนาคม 2569 ที่ Gaylord Opryland Resort ใจกลางเมือง Nashville, Tennessee, USA ส่วนอีกงานใหญ่ MDRT คือ การประชุม MDRT Annual Meeting 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การประชุม Anaheim Convention Center เมืองอนาไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เป็นงานสัมมนาครั้งใหญ่ที่รวบรวมตัวแทนประกันชีวิตระดับโลก
สำหรับความคืบหน้าการสรรหาตัวผู้จัดการกองทุนประกันชีวิตในที่สุดก็ได้"มยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์" มาทำหน้าที่รักษาการไปขั่วคราวก่อนเป็นเวลา 3เดือน นับจาก 1 มี.ค.นี้ไป ซึ่งระหว่างนี้เจ้าตัว" มยุรินทร"คงเหนื่อยหน่อยนอกเหนือจากสวมหมวกผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานคปภ.แล้วยังต้องมาดูแลบริหารจัดการเงินล่วงพ้นอายุความของผู้เอาประกันอีกหมวกใบหนึ่ง เพื่อรอตัวจริงเสียงจริงที่ได้รับการสรรหาตัวเข้ามาทำหน้าที่ผู้จัดการกองทุนคนใหม่อย่างเป็นทางการเสียที หลังวืดเพราะสรรหาไม่ได้ตัวจริงเสียทีจนข้ามปีเข้าไปแล้ว เพี๊ยง..สาธุ ขอให้ได้ตัวโดยเร็วเสียที อย่าปล่อยให้เกิดสูญญากาศข้ามไปอีกปี ถ้าขืนยังหาตัวบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ไม่ได้อีหรอบเดิม







