นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันเนื่องมาจากการปะทะกันระหว่างประเทศอิสราเอลและอิหร่าน ส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้าหรือจำกัดการบินเพื่อความปลอดภัย โดยได้ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ให้บริการ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ซึ่งปัจจุบันมีสายการบินให้บริการรวม 3 สายการบิน ได้แก่
- สายการบินแอร์อาราเบีย (Air Arabia) เส้นทาง ชาร์จาห์ – กระบี่ – ชาร์จาห์ จำนวน 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (ไป-กลับ)
- สายการบินฟลายดูไบ ( Flydubai ) เส้นทาง ดูไบ – กระบี่ – ดูไบ จำนวน 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (ไป-กลับ)
- สายการบินเอทิฮัด (Etihad Airways)เส้นทาง อาบูดาบี – กระบี่ – อาบูดาบี จำนวน 8 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (ไป-กลับ)
โดยสายการบินได้แจ้งยกเลิกเที่ยวบินในช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2569 รวมจำนวน 19 เที่ยวบิน เพื่อความปลอดภัยด้านการบิน
อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวว่า ได้สั่งการให้นางธนิสรา สิงหกุล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในทุกมิติ ทั้งในด้านผู้โดยสารซึ่งได้มีการจัดเตรียมพื้นที่รองรับผู้โดยสารกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก เพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์และเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร รวมไปถึงการบริหารจัดการหลุมจอดอากาศยานกรณีที่มีอากาศยานตกค้าง และการตรวจสอบความพร้อมของระบบอำนวยความสะดวก เครื่องมือ อุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่ให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานได้ติดตามสถานการณ์ด้านการบินระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสารและการปฏิบัติการบิน พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ชัดเจน และทันต่อสถานการณ์ โดยผู้โดยสารสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ หมายเลขโทรศัพท์ 07 570 1471-2







