วันที่ 13 ก.พ.69 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพวสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte ระบุว่า...
สะพานข้ามเจ้าพระยาในกรุงเทพฯ
มีพอหรือยัง?
ทุกครั้งที่รถติดหน้าทางขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา คำตอบที่คนกรุงเทพฯ คุ้นเคยที่สุดคือ “ต้องสร้างสะพานเพิ่ม”
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามีบทบาทสำคัญในการเชื่อม “เมืองสองฝั่ง” ฝั่งพระนคร-ฝั่งธนบุรี
สะพานไม่ได้แค่พาคนข้ามน้ำ แต่มันพาเศรษฐกิจ การลงทุน และมูลค่าที่ดินข้ามไปด้วย
คำถามคือ วันนี้… สะพานในกรุงเทพฯ มีพอหรือยัง?
1. วันนี้กรุงเทพฯ มีสะพานรถยนต์ข้ามเจ้าพระยากี่แห่ง?
ปัจจุบัน กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสะพานรถยนต์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา 23 แห่ง (ไม่รวมสะพานรถไฟ และรถไฟฟ้า แต่รวมสะพานทางด่วน)
สะพานเป็นตัวเปลี่ยนเกมจราจร เช่น สะพานพระราม 8 ช่วยระบายรถจากฝั่งธนเข้าสู่เขตเมืองชั้นใน แบ่งเบาปริมาณรถบนสะพานพระปิ่นเกล้า และสะพานกรุงธน ส่วนสะพานพระราม 7 ช่วยแก้คอขวดฝั่งธนบุรี เป็นต้น
แต่กว่าที่สะพานใดสะพานหนึ่งจะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลานานนับสิบปี ต้องผ่านการศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การเวนคืนที่ดิน การคัดค้านจากชุมชน การออกแบบให้ไม่กระทบทัศนียภาพแม่น้ำ และสุดท้าย... ต้องใช้งบประมาณหลายพันล้านบาท
2. “เกียกกาย” สะพานใหม่กำลังมา
เป้าหมายของสะพานเกียกกายคือ รองรับการพัฒนาพื้นที่รัฐสภา (อันที่จริง สะพานได้รับการวางแผนก่อนมีแนวคิดที่จะสร้างสภาฯ ใหม่ที่เกียกกาย) เปิดทางเลือกการเดินทางใหม่ และลดปริมาณรถบนสะพานพระราม 8 สะพานกรุงธน และสะพานพระราม 7
ขณะนี้ กทม.กำลังก่อสร้างสะพานเกียกกาย เชื่อมฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนคร (ถนนเกียกกาย-รัฐสภาใหม่) เป็นการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนาด 6 ช่องจราจร และก่อสร้างทางยกระดับขนาด 4-6 ช่องจราจร เริ่มจากถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ ข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านแยกเกียกกาย ถนนทหาร และแยกสะพานแดง ความยาวประมาณ 2.9 กม. วงเงินลงทุน 2,527 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ประมาณกลางปี 2571
ทุกครั้งที่เปิดใช้สะพานใหม่ การจราจรจะดีขึ้นช่วงหนึ่ง แต่ไม่นาน… รถก็เต็มอีกครั้ง คำถามคือ
ปัญหาอยู่ที่ “จำนวนสะพาน” หรืออยู่ที่ “ปริมาณรถที่เพิ่มไม่หยุด”?
3. สะพานข้ามเจ้าพระยาในอนาคต “ที่ไหนจะสร้าง? ที่ไหนยกเลิก?”
สะพานไม่ใช่แค่โครงสร้างคอนกรีต แต่คือหัวใจของการเดินทางและการพัฒนากรุงเทพฯ ด้วยเหตุนี้ ยังมีแนวคิดที่จะก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ เพื่อรองรับเมืองที่ขยายตัวไปทางเหนือและตะวันตก
กทม.มีแผนที่จะก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 4 แห่ง แต่ถึงวันนี้ ถูกชะลอไป 1 แห่ง ยกเลิกไป 2 แห่ง คาดว่าจะได้สร้างเพียง 1 แห่ง เท่านั้น
(1) สะพานบริเวณถนนราชวงศ์-ถนนท่าดินแดง (ชะลอโครงการ เนื่องจากมีการคัดค้าน)
(2) สะพานบริเวณถนนลาดหญ้า-ถนนมหาพฤฒาราม (ยกเลิกโครงการ เนื่องจากมีการคัดค้าน)
(3) สะพานบริเวณถนนจันทน์-ถนนเจริญนคร (ยกเลิกโครงการ เนื่องจากมีการคัดค้านจากประชาชนอย่างรุนแรง และพื้นที่การก่อสร้างได้ทำการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยแล้ว)
(4) สะพาน “คนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา” บริเวณถนนเชียงใหม่-ถนนทรงเสริม (คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571 แล้วเสร็จในปี 2573)
ประวัติศาสตร์เมืองทั่วโลกบอกเราว่า เมื่อมีถนนหรือสะพานเพิ่ม “ปริมาณรถจะเพิ่มตาม” (Induced Demand) สะพานใหม่อาจช่วยระบายรถในระยะสั้น แต่ถ้าไม่มีระบบขนส่งมวลชนที่แข็งแรง รถยนต์ส่วนตัวจะยังเป็นคำตอบหลักของคนเมือง
สุดท้าย สะพานก็จะเต็มอีกครั้ง คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ “ควรสร้างสะพานเพิ่มไหม?” แต่คือ “กรุงเทพฯ อยากเป็นเมืองแบบไหน?”
เป็นเมืองที่พึ่งพาระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก หรือพึ่งพารถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก?
3. สรุป “พอหรือยัง?”
วันนี้กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาหลายแห่ง แต่รถติดก็ยังคงเป็นปัญหาหลักของคนกรุง
ถามว่า สะพานจำเป็นไหม? ตอบว่า จำเป็น ถามว่า สะพานช่วยไหม? ตอบว่า ช่วย และถามว่า “สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาพอหรือยัง?” หลายคนคงตอบว่า “ยังไม่พอ”
แต่คำถามที่เหมาะสมอาจไม่ใช่ “สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาพอหรือยัง?” แต่ควรเป็น “เราจะจัดการการเดินทางของคนกรุงเทพฯ อย่างไร โดยไม่ต้องสร้างสะพานเพิ่มทุกสิบปี?”
แล้วคุณล่ะ คิดว่าสะพานในกรุงเทพฯ และปริมณฑลพอหรือยัง? ถ้ายังไม่พอ ควรจะสร้างเพิ่มเติมที่ไหนบ้าง?







