กบข. เผยผลตอบแทนปี 2568 เป็นไปตามคาดในแต่ละแผนการลงทุน พร้อมปรับกลยุทธ์ลงทุนและนิยามสินทรัพย์ใหม่ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน เดินหน้าปี 69 กระตุ้นออมเพิ่ม–เลือกแผนลงทุน เพื่อสมาชิกบรรลุเป้าหมายเงินก้อนเกษียณมีสุข
วันที่ 30 มกราคม 2569 นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจประเทศหลัก และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ กบข. จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขับเคลื่อนการลงทุนเชิงรุกด้วยการปรับนโยบายจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งได้ปรับนิยามและมุมมองต่อประเภทสินทรัพย์การลงทุน จากเดิมที่แบ่งเป็นสินทรัพย์มั่นคงสูงและสินทรัพย์เสี่ยง มาเป็นการพิจารณาแนวการจัดกลุ่มสินทรัพย์เชิงรุกและสินทรัพย์เชิงรับ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิก ส่งผลให้ในปี 2568 กบข. สามารถสร้างผลตอบแทนการลงทุนกองสมาชิกได้ดีกว่าที่คาดหมาย
สำหรับผลตอบแทนรายแผนส่วนใหญ่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเฉพาะแผนทองคำ ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 52.78% แผนหุ้นต่างประเทศ 17.47% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย 9.38% แผนเชิงรุก65 8.89% แผนสมดุลตามอายุ (สมาชิกอายุน้อยกว่า 55 ปี) 8.74% และแผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป 4.31% สะท้อนถึงการกระจายการลงทุนที่เหมาะสมที่ช่วยเสริมศักยภาพผลตอบแทนให้กับสมาชิก
นอกจากนี้ กบข. ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตสมาชิกในระยะยาว โดยในปี 2568 กบข. สามารถเพิ่มสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสบรรลุเงินก้อนเพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตหลังเกษียณอย่างมีสุข ในระดับดี (P75) จาก 18% ในปี 2567 เป็น 25% ลดสัดส่วนสมาชิกที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง
ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2569 กบข. จะเดินหน้าศึกษาโอกาสการลงทุนใหม่ผ่านโครงการนำร่อง ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (Senior Housing Sandbox) และศึกษาโอกาสลงทุนในเศรษฐกิจสูงวัย (Siver Economy) รวมถึงกระตุ้นให้สมาชิกออมเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง พร้อมพัฒนากลยุทธ์การลงทุนให้สามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยมีแผนการลงทุนและสินทรัพย์ที่กำหนดผลตอบแทนให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ตามเป้าหมายของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข
นายทรงพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กบข.กำลังศึกษาแก้ไขกฎหมาย เพื่อรับบริหารเงินของส่วนราชกาารอื่น อย่างเช่น สำนักงานประกันสังคม เพราะขณะนี้ข้าราชการทั้งประเทศ 3 ล้านคน เป็นสมาชิก กบข.เพียง 1.2 ล้านคน ส่วนที่เหลือเป็นข้าราชการประเภทอื่น ซึ่งมีหลายหน่วยงานติดต่อเข้ามาเพื่่อขอให้บริหารเงินทุนหาผลตอบแทนเพิ่มให้
นายทรงพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการลาออกจากตำแหน่ง เลขาธิการ กบข. เพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน นั้น ไม่กระทบต่อการบริหารงาน กบข.เพราะได้กำหนดแผนบริหารงานล่วงหน้า 5 ปี ทุกอย่างจะร่วมกันผลักดันเดินไปตามกรอบที่กำหนดไว้ โดยผู้บริหาร กบข. มีความรู้ความสามารถสูงมาก จึงสามารถดูแลผลตอบแทนสมาชิก กบข.ได้เป็นอย่างดี







