วันที่ 6 ม.ค.69 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพวสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte ระบุว่า...
จากทางเดี่ยว... สู่ทางคู่
เพื่อคนไทยทั้งประเทศ
หลายท่านอาจไม่รู้ว่า วันนี้ “รถไฟทางเดี่ยว” ของไทยกำลังค่อยๆ หายไปจากแผนที่โครงข่ายรถไฟ ในขณะที่ “รถไฟทางคู่” กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เริ่มต้นมานานกว่า 30 ปี
1. จุดเริ่มต้นของทางคู่ไทย
การก่อสร้างรถไฟทางคู่เริ่มขึ้นตั้งแต่รัฐบาลชวน หลีกภัย ชุดที่ 1 (พ.ศ. 2535-2538) รัฐบาลในเวลานั้นอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ ระยะทางเกือบ 3,000 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 80,000 ล้านบาท
ต้นปี 2536 ท่านนายกฯ ชวน หลีกภัย ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ “ตอกหมุดทางคู่” บริเวณเชิงสะพานพระราม 6 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของระบบรางไทย
ต่อมาในรัฐบาลชวน 2 (พ.ศ. 2540-2544) ได้สานงานต่อทันทีด้วยการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 4 สายหลัก (1) หัวหมาก - ฉะเชิงเทรา (2) ตลิ่งชัน - นครปฐม (3) บ้านภาชี - มาบกะเบา และ (4) บ้านภาชี - ลพบุรี
การก่อสร้างรถไฟทางคู่ในช่วงรัฐบาลหลายชุดหลังจากนั้นแทบไม่มีความคืบหน้า
2. การกลับมาของ “ทางคู่” อย่างจริงจัง
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พ.ศ. 2551–2554) ได้จัดทำ “แผนแม่บทระบบราง” ครั้งสำคัญ ประกอบด้วย (1) รถไฟความเร็วสูง 5 สาย (2) รถไฟทางคู่ทั่วประเทศ 3,039 กม. และ (3) รถไฟสายใหม่ทั่วประเทศ
และที่สำคัญที่สุด คือการอนุมัติงบประมาณกว่า 176,000 ล้านบาท สำหรับรถไฟทางคู่ “ระยะที่ 1”
ถือเป็นงบลงทุนระบบรางที่สูงที่สุดในยุคนั้น
ยุคเดินหน้าต่อคือ รัฐบาลประยุทธ์ 1 และ 2 (พ.ศ. 2557-2566) นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สานต่อการก่อสร้างรถไฟทางคู่หลายเส้นทางทั่วประเทศ
ผลลัพธ์คือ… สถานะรถไฟไทย ณ มกราคม 2569 (1) ทางเดี่ยว 2,686 กิโลเมตร (66.4%) (2) ทางคู่ 1,251 กิโลเมตร (30.9%) และ (3) ทางสาม 107 กิโลเมตร (2.7%) รวมทั้งหมด 4,044 กิโลเมตร
3. เป้าหมายใหญ่ของ รฟท.
ในอนาคตโครงข่ายรถไฟไทยจะยาว 6,463 กิโลเมตร และที่สำคัญคือ จะไม่มี “ทางเดี่ยว” เหลืออยู่เลย โครงข่ายจะประกอบด้วย (1) ทางคู่ (สายเดิม) 3,937 กม. (2) ทางคู่ (สายใหม่) 2,419 กม. และ (3) ทางสาม 107 กม.
ถึงวันนั้น… รถไฟไทยจะเปลี่ยนไป
(1) จังหวัดที่มีรถไฟไปถึงเพิ่มขึ้น จาก 47 จังหวัด เป็น 61 จังหวัด
(2) รถไฟโดยสารเร็วขึ้น จาก 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็น 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
(3) รถไฟสินค้าเร็วขึ้น จาก 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็น 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง
(4) สัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรถไฟเพิ่มขึ้น จาก 1.4% เป็น 10%
4. ก้าวต่อไปที่ควรทำ “ทันที”
เร่งก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,485 กม. ครอบคลุมทุกภูมิภาค ส่วนรถไฟทางคู่ระยะที่ 1 ที่ใกล้เสร็จแล้วนั้น ควรเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากดีเซลเป็นไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ลดมลพิษ แต่จะสามารถเพิ่มความเร็วเป็น 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าด้วยรถไฟไทยเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างชัดๆ กรุงเทพฯ - หาดใหญ่ จาก 14-15 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 8 ชั่วโมง
5. คำถามถึงทุกท่าน
ถ้าเลือกได้ ท่านคิดว่า… รถไฟทางคู่พร้อมกับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นไฟฟ้าควรเร่งทำ “เส้นทางไหนก่อน” เพื่อประโยชน์ของประเทศมากที่สุด?







