วันที่ 7 มกราคม 2569 ที่บ้านหลักด่าน หมู่ที่ 11 ต.หนองอิเฒ่า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายธนภัทร ณ ระนอง รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ นายสันติ จัตุพันธ์ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นางเบญจมาศ ลิ้มสุขศิริ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวช จากการใช้ยาเสพติดในชุมชน ด้วยกลไล "ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ" พร้อมติดตามวางแผนการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ในครอบครัวผู้ป่วยยาเสพติด โดยมีนายเอกรัตน์ มิสา อำเภอยางตลาด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยางตลาด หัวหน้าส่วนราชการอำเภอยางตลาด ผู้นำชุมชน ร่วมให้การต้อนรับ
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยจิตเวชในพื้นที่บ้านหลักด่าน หมู่ที่ 11 ต.หนองอิเฒ่า ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด โดยอาศัยอยู่กับบุตรชายอายุ 9 ขวบ ซึ่งผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดรายนี้ มีพฤติกรรมก่อความรุนแรงกับในครอบครัวและคนในชุมชน โดยทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ ในพื้นที่ของ ต.หนองอีเฒ่า ได้รับการประสานความช่วยเหลือจากชุมชน ให้มาช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้นำชุมชน จึงได้มีการประเมินอาการผู้ป่วย โดยผู้ป่วยและญาติมีความสมัครใจ และอยากให้นำตัวออกไปบำบัดรักษานอกพื้นที่
ทางทีมกาฬสินธุ์ปกป้องฯ จึงได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และโรงพยาบาลยางตลาด ในการนำตัวผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษายังโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น ในส่วนของการดูแลบุตรของผู้ป่วยนั้น ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.กาฬสินธุ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กาฬสินธุ์ ได้ให้นักสังคมสงเคราะห์ทำการประเมินเด็ก และความพร้อมของครอบครัวเครือญาติที่จะรับดูแล พร้อมทั้งพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่เด็กและครอบครัวญาติ ที่จะรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูเด็กตามระเบียบ ว่าด้วยการให้การสงเคราะห์เด็ก ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต่อไป
นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ได้กําหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นวาระสําคัญเร่งด่วนของจังหวัด ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย จึงได้ร่วมกันกําหนดแผนงานโครงการ โดยเน้นการสร้างกระแสให้ทุกภาคส่วนในสังคมเกิดการตื่นตัว และมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อเสริมสร้างพื้นที่ปลอดภัยในหมู่บ้าน/ชุมชน และลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในทุกพื้นที่
“ที่ผ่านมาเราได้เน้นย้ำให้ทั้ง 18 อำเภอ ทำงานแบบบูรณาการ ทั้งด้านป้องกัน บำบัดรักษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ และติดตามช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติดอย่างเป็นระบบ โดยขับเคลื่อนในรูปแบบของการประสานความร่วมจากทุกภาคส่วน ในนามของ "ทีมกาฬสินธุ์" (Team Kalasin) เพื่อสอดประสานและขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน ประกอบด้วยนายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ ซึ่งถือเป็นเสาหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำในการปราบปรามยาเสพติด เพื่อตัดวงจรการผู้ค้ายาเสพติด เปิดปฏิบัติการกวาดล้างนักค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง ขยายผลผู้ค้าจากผู้เสพทุกรายให้ครบทั้งวงจรโดยเร่งด่วน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันในส่วนของการปฏิบัติการ และในส่วนของข้อมูลการข่าว ระหว่างฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่บูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิด” นายสุวรรธณ์กล่าว
นายสุวรรธณ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทุกอำเภอ มุ่งลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติด และลดความเดือดร้อนของประชาชน จากปัญหาผู้ที่มีอาการจิตเวชจากยาเสพติด โดยทำการ Re X-ray ค้นหาผู้ที่มีอาการจิตเวชจากยาเสพติด ผ่านการประเมิน/คัดกรอง/ตรวจสอบยืนยันข้อมูลให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อที่จะได้นำผู้ป่วยเข้าบำบัดรักษา และให้มีระบบในการติดตามดูแล ช่วยเหลือ เฝ้าระวังภายหลังกลับสู่ชุมชน
จากการขับเคลื่อนกระบวนการดังกล่าว พบผู้ป่วยที่อยู่ในสภาวะเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด จำนวน 131 ราย จากผู้ป่วยที่ใช้ยาเสพติดทั้งหมดประมาณ 8,000 ราย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าปัญหาผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติด เป็นเรื่องที่ดูแลยุ่งยากซับซ้อน บางรายอยู่ในสภาวะของการขาดการกินยาต่อเนื่อง บางรายมีการใช้สารเสพติดร่วม และบางรายเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง (SMI-V) หากปล่อยให้อยู่ในชุมชนโดยขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและเข้มงวด ก็จะเสี่ยงต่อการก่อเหตุอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของคนในชุมชน ดังที่ปรากฏตามข่าวสารที่ได้รับทราบกัน
ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายและแนวทางในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้ยาเสพติดแบบครบวงจร เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยในครอบครัว และสร้างความสงบสุขให้กับคนในชุมชน สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข จึงได้กำหนดโมเดลในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ผ่านกลไกลที่ชื่อว่า “ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ รพ.สต. อสม. และผู้นำชุมชนในพื้นที่ ประสานพลังเพื่อร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีภารกิจ "ปกป้องจากผู้ค้า" , "ปกป้องจากการกลับไปเสพซ้ำ" , "ปกป้องจากอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น" และ "ปกป้องจากการเกิดอาการทางจิตกำเริบ" โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการก่อความรุนแรงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เป็นที่เบื่อหน่ายของสังคม มีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อน รำคาญ ทีมผู้ปกป้องฯ จะร่วมกันนำส่งผู้ป่วยเพื่อรักษาอาการทางจิต มีการดูแลแบบองค์รวมร่วมกับครอบครัวและชุมชน เพื่อให้มีความปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความสมัครใจเข้ารับการบำบัด เพียงแจ้ง “ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” ซึ่งขับเคลื่อนโดยฝ่ายปกครอง ตำรวจ สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะได้ทำการประสานงานเพื่อคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่ และส่งเข้ารับการบำบัดอย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องรอคิว เพื่อเพิ่มการเข้าถึงการบริการอย่างครอบคลุม โดย จ.กาฬสินธุ์ ได้ประสานความร่วมมือส่งต่อการรักษาระหว่างโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ กับโรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ มูลนิธิวัดสวนแก้ว อ. คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาสากลเวชธรรม และโรงพยาบาลมินิธัญญารักษ์แห่งต่างๆ เป็นต้น
โดยจะทำการส่งต่อการรักษา ตามกระบวนการจนกว่าผู้ป่วยจะมีอาการที่ดีขึ้น ถึงจะสามารถกลับเข้าสู่ชุมชนได้ และเมื่อผู้ป่วยได้รับการบำบัดรักษาอาการทางจิต บำบัดรักษายาเสพติด เป็นที่เรียบร้อย ก่อนการเดินทางกลับเข้าพื้นที่ กรณีที่ต้องการการช่วยเหลือทางสังคม จะประสานศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม (อปท.) มีการเตรียมชุมชน ครอบครัว เตรียมทีมผู้ปกป้อง ที่จะทำการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นหายจากการติดยาเสพติด ไม่กลับไปเสพซ้ำ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เพื่อความสงบสุข ปลอดภัย และความอุ่นใจของคนในชุมชน
นอกจากนี้ จ.กาฬสินธุ์ยังได้จัดตั้งกองทุนแม่แก้ไขปัญหายาเสพติด จ.กาฬสินธุ์ขึ้น โดยเป็นกองทุนที่เกิดจากการทอดผ้าป่าของกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน 438 หมู่บ้าน และความร่วมมือสนับสนุนช่วยเหลือจากส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธาจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะทำการทอดผ้าป่าในวันที่ 11 มกราคม 2569 เพื่อมุ่งหวังให้ใช้เป็นกองทุนในการสนับการทำงานของ “ทีมกาฬสินธุ์ปกป้อง คุ้มครองชาวน้ำดำ” และมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ของ จ.กาฬสินธุ์ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์กับทุกภาคส่วน
“การแก้ไขปัญหายาเสพติดจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยทุกภาคส่วน และที่สำคัญเลยคือต้องได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ขอให้ความเชื่อมั่นกับชาวกาฬสินธุ์ว่า ในทุกวันนี้ทุกภาคส่วนของเราได้จับมือบูรณาการร่วมกันที่จะช่วยกันแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องใช้เวลา ความร่วมมือ และความอดทน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยการมุ่งเน้นการป้องกัน บำบัดฟื้นฟู และปราบปรามควบคู่กันไป จะช่วยลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด และสร้างโอกาสให้ผู้ที่เคยหลงผิด ได้เริ่มต้นใหม่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหายาเสพติดร่วมกัน ขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาช่วยกันดูแลสอดส่อง แจ้งเบาะแส เฝ้าระวัง และป้องกันลูกหลานไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมเมืองกาฬสินธุ์ที่ปราศจากยาเสพติด สร้างสังคมที่ปลอดภัย และเป็นสังคมน่าอยู่ คือเป้าหมายสำคัญที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดขึ้นจริง” นายสุวรรธณ์กล่าวในที่สุด
ภูมิภาค-47








