ข่าวเศรษฐกิจ

“ส.อ.ท.” เตือนปี 2569 เศรษฐกิจไทยเปราะบาง คาดโตแค่ 1.6–2% แนะรัฐเร่ง “Reinvent Thailand” รับพายุ Perfect Storm

แชร์ข่าว

“ส.อ.ท.” เตือนปี 2569 เศรษฐกิจไทยเปราะบาง คาดโตแค่ 1.6–2% แนะรัฐเร่ง “Reinvent Thailand” รับพายุ Perfect Storm

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.69 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.6–2.0% ชะลอลงจากปี 2568 ที่คาดเติบโตราว 2.0% สะท้อนแรงกดดันต่อภาคการผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อในประเทศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ยังไม่สอดคล้องกับการขยายตัวของการส่งออก

ปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้า การสวมสิทธิถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) และการไหลบ่าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน และต้องปรับลดกำลังการผลิตหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมพบว่า หลายอุตสาหกรรมมีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 60% ต่ำกว่าระดับปกติที่ควรอยู่ที่ 70–80% สะท้อนความเปราะบางของภาคการผลิตไทยในภาพรวม

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs ยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ทั้งพลังงาน วัตถุดิบ ค่าแรง และต้นทุนทางการเงิน ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้อย่างจำกัด และรายได้ของ SMEs ฟื้นตัวช้ากว่าธุรกิจขนาดใหญ่

ด้านการส่งออก กกร. คาดว่าในปี 2569 อาจหดตัวในช่วง -1.5 ถึง -0.5% จากผลกระทบของสงครามการค้า ความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก มาตรการกีดกันทางการค้าและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอาจทำให้ไทยสูญเสียมูลค่าการค้าชายแดนกว่า 140,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ โครงสร้างการส่งออกของไทยที่ยังพึ่งพาสินค้ามูลค่าเพิ่มต่ำ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าและผันผวน รวมถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศคู่ค้า เช่น CBAM และ EUDR ล้วนเพิ่มภาระต้นทุนให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร

อย่างไรก็ตาม ปี 2569 ยังมีสัญญาณบวกจากการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ ดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูป และพลังงานสะอาด สะท้อนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.3 ล้านล้านบาท จากกว่า 2,600 โครงการ โดยเป็นเงินลงทุนจากต่างประเทศกว่า 9.8 แสนล้านบาท แสดงถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพประเทศไทย

นายเกรียงไกร ระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand” ยกระดับภาคการผลิตจาก OEM ไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง ส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ และพลังงานสะอาด เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และเสริมความสามารถการแข่งขันในระยะยาว พร้อมเสนอให้ภาครัฐเร่งสนับสนุน R&D การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนา SMEs การจัดซื้อจัดจ้างสินค้า Made in Thailand (MiT) อย่างน้อย 30% และบังคับใช้มาตรการทางการค้าอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

พร้อมกันนี้ ควรเร่งปฏิรูปกฎระเบียบและระบบราชการ ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ผลักดัน BCG Model และอุตสาหกรรมชีวภาพเป้าหมาย 8 กลุ่ม รวมถึงเร่งเจรจา FTA กระจายตลาดส่งออก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ พลังงาน และการบริหารจัดการน้ำให้เป็นวาระแห่งชาติ ควบคู่กับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการ Upskill–Reskill–New Skill โดยเฉพาะทักษะด้าน STEM เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ทั้งนี้ ปี 2569 ถือเป็นทั้งปีแห่งความท้าทายและโอกาสที่ไทยต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งภายใต้กรอบ CRS ได้แก่ Competitiveness, Resilience และ Sustainability พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “ONE Thailand” เพื่อเปลี่ยนแรงกดดันจากความเปลี่ยนแปลงของโลกให้เป็นโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

#สอท #เศรษฐกิจไทย2569 #PerfectStorm #อุตสาหกรรมไทย #SMEs #การส่งออก #ReinventThailand #BCGModel #ONEThailand