ความท้าทายของสภาวะโลกร้อนทำให้ชุมชนต้อง "ตั้งรับ ปรับตัว และลดผลกระทบ" ด้วยการออกแบบแนวทางการอนุรักษ์ร่วมกับการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ในพื้นที่ของตนเองอย่างมีกลยุทธ์ โดยการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างลงตัว เพื่อสร้างเป็นเกราะกำบังความมั่นคงทางอาหารและสิ่งแวดล้อม พร้อมขับเคลื่อนชุมชนให้สามารถก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงและอยู่รอดได้อย่างสมดุล
"รางวัลลูกโลกสีเขียว" ครั้งที่ 24 ในปีนี้ จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "ตั้งรับ ปรับตัว ลดผลกระทบ เตรียมพร้อมสู่โลกใหม่ อยู่รอดได้ด้วยสมดุล" เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สถาบันลูกโลกสีเขียว ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว และดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดี และมอบรางวัลเกียรติยศเพื่อเชิดชูแก่ชุมชนและบุคคลที่มีผลงานโดดเด่นด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม
สำหรับพิธีมอบรางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 24 นี้ มีผลงานที่ได้รับรางวัลฯ รวม 17 ผลงานต้นแบบ ประกอบด้วย 4 ประเภทผลงาน ได้แก่ ประเภทชุมชน 6 ผลงาน ประเภทกลุ่มเยาวชน 5 ผลงาน ประเภทสิปปนนท์ เกตุทัต รางวัลแห่งความยั่งยืน 3 ผลงาน และประเภทงานเขียน 3 ผลงาน ซึ่งทุกผลงานในวันนี้ได้สะท้อนพลังของชุมชนที่ลงมือดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง
ศ.ดร. สนิท อักษรแก้ว ประธานกรรมการสถาบันลูกโลกสีเขียว เน้นย้ำว่า ทุกความสำเร็จเกิดจากการผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่นได้อย่างลงตัว ซึ่งการได้รับรางวัลไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่คือจุดเริ่มต้นในการส่งต่อแรงบันดาลใจเพื่อสร้างความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมให้แก่ประเทศไทย
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวขอบคุณและชื่นชมผู้ได้รับรางวัลทุกท่านว่าเป็นต้นแบบที่ทรงคุณค่าและเป็นแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนสังคม พร้อมย้ำจุดยืนของ ปตท. ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมให้เติบโตร่วมกันอย่างสมดุล
ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เริ่มต้นการบรรยายพิเศษหัวข้อ 27 ปี ลูกโลกสีเขียว โดย คุณมีนา ศุภวิวรรธน์ ประธานบริหารสถาบันฯ และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท. ซึ่งได้สรุปวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานไว้ 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การถอดบทเรียน 27 ปี มุ่งค้นหาและสนับสนุนกลุ่มคนปิดทองหลังพระทั่วประเทศ พร้อมนำความอุตสาหะของชุมชนมาสร้างเป็นฐานข้อมูลในการดูแลรักษา ดิน น้ำ ป่า อย่างเป็นรูปธรรม การเป็นสะพานเชื่อมสู้ภัยโลกเดือด โดยเปิดพื้นที่ให้เครือข่ายภาคประชาชนแสดงพลังและแลกเปลี่ยนแนวคิดในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้ การส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ บ่มเพาะและส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากปราชญ์ชาวบ้านสู่เยาวชน เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ขณะที่เวทีเสวนาลูกโลกสีเขียว : การรับมือ และปรับตัวต่อวิกฤตโลกร้อน ซึ่งเป็นการระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนคนทำงานจริง ได้แก่ ผู้แทนชุมชนรางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 24, คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ Thai PBS/อดีตกรรมการของสถาบันลูกโลกสีเขียว และคุณกมลวรรณ วงศ์วิลัย ผู้อำนวยการสถาบันลูกโลกสีเขียว ปตท.วงเสวนาสรุปบทเรียนร่วมกันว่า "การจัดการตนเองของชุมชน" คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคโลกเดือด ชุมชนต้นแบบได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมในการปกป้องป่าต้นน้ำและการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ช่วยลดความรุนแรงจากภัยธรรมชาติได้จริง ขณะเดียวกัน คุณวันชัยได้เน้นย้ำถึงบทบาทของสื่อมวลชนในการเป็นกระบอกเสียง เพื่อย่อยเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องใกล้ตัว และขยายผลความสำเร็จของชุมชนออกสู่สาธารณะอย่างทั่วถึง
ส่วนการแสดงของเด็ก ๆ ใน เปิดช่วงเยาวชนและคนรุ่นใหม่ โดยคุณกุลวดี จันทรปาน ผู้จัดการสถาบันลูกโลกสีเขียว นำการแสดงสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมจากกลุ่มเห็ดบูรณาการองค์ความรู้ จังหวัดกาฬสินธุ์ มาให้ความรู้เรื่องเห็ดที่อยู่ในป่า ว่าเห็ดอะไรกินได้ และเห็ดมีพิษ ได้อย่างสนุกสนาน ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีความรู้เรื่องเห็ดมากขึ้น
ช่วง Green Talk มุ่งเน้นการจุดประกายให้คนรุ่นใหม่และคนในท้องถิ่นลุกขึ้นมาจัดการและปกป้องทรัพยากรในบ้านเกิด เพื่อรับมือกับวิกฤตโลกเดือด หัวใจสำคัญคือการสร้างจิตสำนึกรักษ์บ้านเกิดอย่างยั่งยืน การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์ และการขยายเครือข่ายความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ในระดับพื้นที่
พลาดไม่ได้กับช่วงสัมภาษณ์พิเศษ "คนรุ่นใหม่กับการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม" โดย คุณอเล็กซ์ เรนเดลล์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร EEC Thailand คุณอเล็กซ์เน้นย้ำว่า "การศึกษาคือเครื่องมือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนที่สุด" เป้าหมายไม่ใช่แค่การทำกิจกรรมระยะสั้น แต่เป็นการบ่มเพาะให้เด็ก ๆ เติบโตไปเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ ที่มีหัวใจอนุรักษ์ในทุก ๆ สายอาชีพ พลังเครือข่ายและการลงมือทำจากจุดเล็ก ๆสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาทำงานอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรในบ้านเกิดของตนเองส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่าย ทั้งกลุ่มเยาวชน ชุมชน และภาคเอกชน เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและขยายผลลัพธ์ในการสู้กับวิกฤตโลกเดือดร่วมกัน
หนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับงานในครั้งนี้ คือการจัดนิทรรศการแสดงผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียวครบทั้ง 17 ผลงาน ซึ่งถูกนำมาร้อยเรียงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสถึงความมุ่งมั่นและเส้นทางการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมของแต่ละชุมชนอย่างใกล้ชิด รวมถึงการจำหน่ายสินค้าชุมชนเครือข่ายลูกโลกสีเขียวทั่วประเทศ และกิจกรรมร่วมสนุก เรียนรู้คุณค่าผลงานรางวัลลูกโลกสีเขียว เพื่อรับของที่ระลึกจากชุมชน
สิ่งที่เป็นจุดสนใจและดึงดูดใจผู้ร่วมงานเป็นอย่างมากก็คือ กิจกรรม Workshop ทำถุงหอมสมุนไพรรักษ์โลก โดยการใช้สมุนไพรพื้นบ้านนานาชนิด เช่น ใบเตย ตะไคร้หอม ผิวมะกรูด และบุหงาแห้ง นำมาผสมผสานตามสูตรดมแล้วสดชื่น ช่วยบำบัดความเครียด ก่อนจะบรรจุลงในถุงผ้าขนาดกะทัดรัดที่ทำจากวัสดุธรรมชาติย่อยสลายง่าย เพื่อนำไปใช้แขวนสร้างความสดชื่นในบ้านหรือในรถยนต์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและสะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
รางวัลลูกโลกสีเขียว ถือกำเนิดขึ้นในปี 2542 โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน เป็นกำลังใจ ยกย่อง และเผยแพร่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของบุคคล กลุ่มคน และเยาวชน ให้เป็นที่รับรู้ของสังคมในวงกว้าง ปัจจุบันมีผลงานรางวัลลูกโลกสะสมรวมทั้งสิ้น 887 ผลงาน มีเครือข่ายลูกโลกสีเขียวกว่า 5,953 คน ทั่วประเทศคืนผืนป่าสะสม 2.47 ล้านไร่ เพื่อร่วมกันดูแลรักษา ฟื้นฟู และขยายพื้นที่สีเขียวให้กับแผ่นดินไทยอย่างต่อเนื่อง
งานประกาศรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องคนปิดทองหลังพระ แต่คือพื้นที่ส่งต่อพลัง ความรู้ และความหวัง การร่วมมือกันระหว่างชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน คนรุ่นใหม่ และองค์กรภาคเอกชน เสมือนกุญแจสำคัญที่ทำให้สังคมไทยสามารถ "ตั้งรับ ปรับตัว" และก้าวผ่านวิกฤตสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่โลกใหม่ได้อย่างมั่นคงและสมดุล








