องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 79 อย่างยึดมั่นในอุดมการณ์ พร้อมประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น “องค์กรเศรษฐกิจป่าไม้สีเขียว” (Green Forest Economy Organization) อย่างเต็มตัว ภายใต้การนำของรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ร่วมวางทิศทางสำคัญในการผลักดันให้ อ.อ.ป. เป็นกลไกหลักของประเทศในการสร้างสมดุลระหว่างมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบแนวคิด ESG เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
นายชนุดม เพชรสังข์ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อ.อ.ป. เปิดเผยว่า ภาพจำในอดีตของ อ.อ.ป.ที่เป็นเพียงหน่วยงานทำไม้และปลูกป่า ได้ถูกยกระดับและต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรป่าไม้อย่างครบวงจร โดยในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพื้นที่สวนป่าเศรษฐกิจที่มีอยู่กว่า 1 ล้านไร่ทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงการคาร์บอนเครดิตและการยกระดับสวนป่าให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่ได้มาตรฐานสากล
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้ให้มีมูลค่าสูงขึ้นนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการตอบสนองนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Carbon Neutrality) และ “การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์” (Net Zero) ขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชนรอบพื้นที่สวนป่า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ยากไร้ ผ่านการสร้างงานและกระจายรายได้ เพื่อให้เศรษฐกิจชุมชนเติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากการบริหารจัดการพื้นที่ของตนเองแล้ว อ.อ.ป. ยังได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลให้ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ในการซื้อขายไม้เศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาและปิดจุดอ่อนในอดีตที่เกษตรกรปลูกป่าแต่ขาดช่องทางจำหน่ายที่ชัดเจน โดยปัจจุบันได้มีการปลดล็อกให้ อ.อ.ป. สามารถรับซื้อไม้จากภาคประชาชนและเกษตรกร เพื่อนำมาจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งกลไกนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้ และเป็นแรงจูงใจสำคัญให้คนไทยหันมาปลูกไม้เศรษฐกิจเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศมากขึ้น
นอกจากนี้ อ.อ.ป. ยังได้เปิดบริการรับจ้าง “ปลูกป่าครบวงจร” สำหรับผู้ที่มีที่ดินกรรมสิทธิ์แต่ขาดความเชี่ยวชาญ โดยมีทีมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การวางแผน การคัดเลือกชนิดพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมทั้งไม้โตเร็วและไม้โตช้า การดำเนินการปลูก ไปจนถึงการดูแลบำรุงรักษา เพื่อให้การปลูกไม้เศรษฐกิจกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับทุกคน และเกิดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการสวนป่าอย่างเหมาะสม
ในการก้าวสู่ปีที่ 79 นี้ อ.อ.ป. เชื่อมั่นว่าการปลูกไม้เศรษฐกิจไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว ทิศทางการดำเนินงานในอนาคตจึงมุ่งเน้น 3 แนวทางหลัก คือ Forest to Carbon การยกระดับสวนป่าเศรษฐกิจสู่การสร้างมูลค่าจากคาร์บอนเครดิตและบริการทางระบบนิเวศ Timber to High Value Product การพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม้และธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจสีเขียวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และ State Enterprise to Green Enterprise การยกระดับ อ.อ.ป. สู่การเป็น “องค์กรสีเขียว” ตามหลัก ESG อย่างแท้จริง โดยโมเดลธุรกิจยุคใหม่นี้จะส่งเสริมให้ชุมชนรอบสวนป่ามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการสร้างชุมชนคาร์บอนต่ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการเป็นองค์กรต้นแบบด้านเศรษฐกิจป่าไม้ของประเทศ
“อยากเชิญชวนประชาชน เกษตรกร ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน ให้มาร่วมกันเห็นคุณค่า และมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน เพราะป่าไม้ไม่ได้เป็นเพียงทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ แต่ยังเป็นรากฐานของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต การปลูกไม้เศรษฐกิจในวันนี้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และสร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว โดย อ.อ.ป. พร้อมที่จะเป็นพันธมิตรในการส่งเสริมองค์ความรู้ สนับสนุนการปลูกไม้เศรษฐกิจ และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจป่าไม้ของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่านี้ให้กับคนรุ่นหลังต่อไป” รักษาการแทนผู้อำนวยการ อ.อ.ป. กล่าวทิ้งท้าย
#ออป #องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ #79ปีออป #องค์กรเศรษฐกิจป่าไม้สีเขียว #เศรษฐกิจสีเขียว #คาร์บอนเครดิต #NetZero #ปลูกป่าครบวงจร #บริการรับจ้างปลูกป่า








