วันที่ 27 เม.ย. 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน สมัยพิเศษ กรณีสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Special ASEAN Ministers on Energy Meeting: AMEM on the Latest Situation in the Middle East) ผ่านระบบการประชุมทางไกล เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และหารือร่วมกับรัฐมนตรีพลังงานของประเทศสมาชิกอาเซียนเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือของอาเซียนสำหรับรับมือกับวิกฤติพลังงานจากความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยปัจจุบันอาเซียนพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางร้อยละ 55 และก๊าซธรรมชาติร้อยละ 17 ซึ่งการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทาน ราคา และการเข้าถึงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและในระดับโลกเป็นอย่างมาก
ในการนี้ ฝ่ายไทยได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมเกี่ยวกับผลกระทบต่อไทยจากความความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงเกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ดังนั้น ไทยจึงมีการบริหารจัดการสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและกระจายแหล่งนำเข้าเชื้อเพลิง การบริหารจัดการราคาพลังงานให้เหมาะสมโดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง การบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงต่างๆ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังมุ่งเน้นส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์และเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อบรรลุเป้าหมายพลังงานที่มีความยั่งยืนควบคู่ไปอีกด้วย
ทั้งนี้ ไทยยืนยันความพร้อมในการร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนในการผลักดันการขยายโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานท่อส่งก๊าซอาเซียน (Trans-ASEAN Gas Pipeline) และสนับสนุนการใช้กลไกตอบสนองต่อสภาวะฉุกเฉินด้านน้ำมันและก๊าซภายใต้ความตกลงด้านปิโตรเลียมของอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement: APSA) เพื่อให้เกิดการช่วยเหลือในการจัดหาปิโตรเลียมให้กับประเทศสมาชิกด้วยกันในสถานการณ์ฉุกเฉินบนพื้นฐานของความสมัครใจและความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งทุกประเทศพร้อมเร่งรัดกระบวนการส่งมอบตราสารแห่งสัตยาบัน (Instrument of Ratification) เพื่อให้ความตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมรับรองถ้อยแถลงร่วมระดับรัฐมนตรี ซี่งเป็นการแสดงความพร้อมและความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 11 ประเทศในการร่วมมือกันในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤติพลังงานโลก การสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเพิ่มขีดความสามารถในการการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานภายในภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป








