สน.ศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ลงพื้นที่ขุดค้น “กู่ปราสาทหินทราย” พบฐานรูปเคารพหินทรายและโบราณสถานอายุกว่า 900–1,000 ปี พร้อมสระน้ำโบราณขนาดใหญ่ คาดเป็นศาสนสถานยุคขอมสำคัญ เตรียมเก็บรักษาและอนุรักษ์ตามขั้นตอน ขณะปฏิบัติงานเกิดเหตุหญิงรายหนึ่งมีอาการคล้ายคลุ้มคลั่งสร้างความแตกตื่นในพื้นที่
วันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการขุดค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ “กู่ปราสาทหินทราย” (บุถ้ำ) “บุ” บริบทของชื่อสถานที่หรือหมู่บ้านใน จ.นครราชสีมา (ภาษาโคราช) หมายถึง พื้นที่ลุ่ม,แอ่งน้ำ,ที่ราบลุ่มต่ำ,หรือหนองน้ำ ซึ่ง “บุถ้ำ” อาจเป็นที่ราบลุ่มต่ำมีถ้ำในบริเวณดังกล่าว ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรปรางค์ทองนิเวศน์ หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ดินส่วนบุคคลมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ครอบครองโดยคหบดี ดีลเลอร์รถยนต์ยี่ห้อดัง ได้อนุญาตให้ดำเนินการในผืนดิน 29 ตารางวา บริเวณด้านเหนือได้ปรับพื้นที่ เพื่อสร้างอาคารที่พัก แต่พบส่วนฐานของโบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา จึงสั่งระงับและเริ่มดำเนินการขุดตรวจทางโบราณคดี หาขอบเขตโบราณสถาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย ที่ผ่านมา เพื่อแสวงหาหลักฐานทางโบราณคดีในวัฒนธรรมขอมบริเวณพื้นที่ จ.นครราชสีมา
พบนายสมเดช ลีลามโนธรรม รักษาการผู้อำนวยการ สน.ศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา พร้อมนายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีชำนาญการและเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้องปักหลักขุดตรวจทางโบราณคดีในหลุมลึกประมาณ 30 เซนติเมตร อย่างระมัดระวัง ป้องกันมิให้เกิดความเสียหาย โดยวันนี้สิ้นสุดขั้นตอนจัดทำผังโบราณสถาน การกู้ฐานรูปเคารพ หินทราย ประจำศาสนสถาน พบฐานปราสาทหินทรายในผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านเหนือกว้าง 6 เมตร ด้านตะวันตกกว้าง 15.80 เมตร ด้านใต้กว้าง 6.38 เมตร และด้านตะวันออก 16 เมตร ฐานรูปเคารพหินทราย จากหลักฐานทางโบราณคดีกำหนดอายุปราสาทหลังนี้อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 จากมุมสูง ซึ่งพบสระน้ำโบราณด้านตะวันออก ขนาดกว้าง 200*400 เมตร ปัจจุบันเป็นที่ตั้งโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัยนครราชสีมา แสดงถึงองค์ประกอบของปราสาทหลังนี้ คือปราสาทและบาราย สะท้อนให้เห็นจำนวนคนในย่านนี้ เมื่อ 1,000-800 ปีก่อน
บรรยากาศคึกคัก แม้นอากาศร้อนอบอ้าว พบผู้ค้าเร่สลากกินแบ่งรัฐบาลและแม่ค้านำอาหาร น้ำดื่มมาวางจำหน่ายให้กับพี่น้อง ประชาชนที่สนใจทยอยเดินทางมาดูการขุดค้นอย่างต่อเนื่อง บางรายถือโอกาสสร้างคอนเทนต์ให้ปังในโลกออนไลน์ เพื่อต้องการยอดกดถูกใจ ซึ่งมีกลุ่มผู้ดูแล “เพจห้วยแถลง” ตั้งโต๊ะบริการเครื่องดื่ม อาหารว่างบริการฟรี ทันทีที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตั้งอุปกรณ์ยกฐานศิวลึงค์ นางอรพิน อายุ 48 ปี ชาว ต.หมื่นไวย อ.เมือง เกิดอาการร้องไห้โวยวายขึ้นมา “กูอยู่นี่ เอากูขึ้นมา กูอยากขึ้นมาๆ เอากูเก็บไว้ดีๆ” ลักษณะคล้ายถูกดวงวิญญาณเข้าสิง ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของบรรดาไทยมุงที่อยู่ใกล้พยามประคองร่างไม่ให้ล้ม เกรงจะตกจากเนินดินได้รับบาดเจ็บ จนนางอรพิน อาการดีขึ้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครนยกวัตถุโบราณทั้งหมด นำไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ จ.นครราชสีมา
นายทศพร ศรีสมาน รองอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เบื้องต้นเป็นการขุดตรวจเก็บข้อมูลทางโบราณคดี เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาวิเคราะห์และวางแผนในการดำเนินการในขั้นต่อไป กรณีชุมชนชาว ต.บ้านใหม่ เจ้าของพื้นที่สนใจต้องการมีส่วนร่วมในการบูรณะโบราณสถานอย่างเป็นรูปธรรม ต้องพูดคุยกันในรายละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้อยู่ในกระบวนการทั้งในเรื่องขุดเปิดพื้นที่ศึกษาสภาพโบราณสถานทั้งหมด จากนั้นเป็นขั้นตอนการทำแบบเพื่อบูรณะ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรและขออนุมัติงบประมาณตามขั้นตอนราชการ
“ขอบคุณชุมชน ที่มีส่วนร่วมช่วยกันดูแลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงไม่ถูกรบกวน แม้นปัจจุบันพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงตามบริบทความเจริญของสังคม ป่ารอบศาลปู่ตาถูกถางออกและถมดินบางส่วนแล้วนำหินขึ้นมาวาง ส่วนอิฐดินเผาและเศษเครื่องปั้นดินเผาคงถูกถมและปรับไถไปหมดแล้ว โดย สน.ศิลปากรที่ 10 จะทำป้ายข้อมูลเบื้องต้นมาปิดไว้ เพื่อให้ประชาชนทราบข้อมูลทางประวัติศาสตร์และตระหนักถึงความสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้” รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าว
นางสาวสุกัญญา มะแม้น กำนัน ต.บ้านใหม่ กล่าวขอขอบคุณเจ้าของที่ดินอนุญาตให้กรมศิลปากรเข้ามาขุดค้นศึกษาโบราณสถาน เพื่อให้คนรุ่นหลังทราบถึงที่ดินส่วนหนึ่งของ ต.บ้านใหม่ เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ บ่งบอกถึงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีชีวิตของบรรพบุรุษดำเนินการอย่างไร พวกเรายินดีที่จะสืบทอดศึกษาถึงประวัติความเป็นมาและช่วยดูแลรักษาให้ดีที่สุด
“กู่ปราสาทหินทราย” ถือเป็นหนึ่งร่องรอยอารยธรรมขอมโบราณอายุนับพันปี หลับใหลอยู่ใต้พื้นดินมานานผ่านหลายชั่วอายุคน ปัจจุบันมีสภาพพังทลายจนสิ้นสภาพ เป็นสถานที่ตั้งศาลปู่ตาของหมู่บ้าน มีต้นไม้และหญ้าขึ้นปกคลุมรกชัฏ บนเนินปรากฏอิฐหล่นกระจายทั่วบริเวณเนินและบริเวณรอบๆตรงกลางเนินเป็นจุดที่สูงที่สุดและมีร่องรอยเป็นหลุมมีต้นไม้ปกคลุม นอกจากนี้ห่างออกไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังปรากฏเครื่องปั้นดินเผาและเศษกระเบื้องเป็นจำนวนมาก ห่างออกไปทางด้านทิศตะวันออกของเนินโบราณสถานปรากฏเป็นสระน้ำขนาดใหญ่บางส่วนเป็นที่ตั้งของโรงเรียนอุบลรัตน ฯ สันนิษฐานอาจเป็นบารายขนาดใหญ่ของศาสนสถานแห่งนี้ กำหนดอายุจากเครื่องปั้นดินเผาสันนิษฐาน อายุอยู่ในช่วง 900-1,000 ปี








