พลังงาน ความยั่งยืน

กูรูพลังงานเตือนไทยเสี่ยงน้ำมันพุ่ง! หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

แชร์ข่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานประสานเสียงเตือนทั่วโลกเฝ้าระวังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ชี้ "ช่องแคบฮอร์มุซ" คือยุทธศาสตร์ชี้ชะตาเศรษฐกิจโลก หากถูกปิดกั้นจริงจะเกิดวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะยานหลายสิบดอลลาร์ในพริบตา ขณะที่ไทยเสี่ยงหนักเพราะนำเข้าพลังงานผ่านเส้นทางนี้ถึง 1 ใน 3

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ระบุถึงความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ และผลกระทบที่จะตามมา

ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งน้ำมันดิบโลก

เนื่องจากประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก (กว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ถูกลำเลียงผ่านช่องแคบนี้

น้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ไทยต้องนำเข้าโดยขนส่งผ่านช่องแคบนี้มีปริมาณคิดเป็นหนึ่งในสามของพลังงานที่ไทยใช้ทั้งหมด

อิหร่านเคยขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซหลายครั้งในอดีตเมื่อเผชิญแรงกดดันจากตะวันตก

และในสถานการณ์ตึงเครียดปัจจุบัน

ความกังวลต่อภัยคุกคามนี้ได้หวนกลับมาอีกครั้งในหมู่นักลงทุนและประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน

การปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบสมบูรณ์อาจนำไปสู่วิกฤติพลังงานร้ายแรง

ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้นทันทีอีกหลายสิบดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพราะเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของกลุ่มประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลางจะถูกตัดขาด

และมีทางขนส่งอื่นทดแทนได้ไม่มาก แม้ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีท่อส่งน้ำมันที่หลบเลี่ยงช่องแคบนี้ได้บางส่วน

แต่กำลังส่งรวมกันยังรองรับปริมาณได้ไม่มากเมื่อเทียบกับอุปทานที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซในภาวะปกติ

นอกจากนี้ ก๊าซธรรมชาติจากกาตาร์ซึ่งมีสัดส่วนราว 1 ใน 5 ของการค้าก๊าซ LNG โลก ก็ต้องใช้เส้นทางนี้เช่นกัน การปิดช่องแคบจะกระทบตลาดก๊าซทั่วโลกด้วย

อย่างไรก็ตาม

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองว่า

อิหร่านไม่มีศักยภาพจะปิดกั้นฮอร์มุซได้อย่างสิ้นเชิงในระยะยาว

เนื่องจากกองทัพเรือสหรัฐฯ และนานาชาติจะเข้าตอบโต้เพื่อเปิดเส้นทาง

แต่สิ่งที่อิหร่านทำได้คือการก่อกวนหรือรบกวนการเดินเรือ (เช่น การวางทุ่นระเบิดหรือใช้เรือเร็วและโดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน)

ซึ่งเพียงแค่ “การขู่” หรือ การก่อกวนเป็นระยะๆ ก็เพียงพอจะทำให้ตลาดน้ำมันปั่นป่วนได้แล้ว

ราคาน้ำมันจะผันผวนและพุ่งขึ้นชั่วขณะเพราะปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

ผลกระทบจะรุนแรงที่สุดต่อประเทศในเอเชียที่ต้องพึ่งพาน้ำมันตะวันออกกลาง (เช่น จีน

อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้)

โดยหากเกิดการหยุดชะงักการขนส่งผ่านฮอร์มุซแม้เพียงบางส่วน

ก็อาจทำให้หลายประเทศในเอเชียเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงชั่วคราว

รัฐบาลอาจต้องออกมาตรการปันส่วนการใช้เชื้อเพลิง และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิดจะปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน ค่าประกันภัยการเดินเรือผ่านบริเวณนี้จะพุ่งสูงขึ้นมากด้วย ประเทศที่ไม่ได้ใช้น้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียโดยตรงก็จะได้รับผลกระทบจากราคาตลาดโลกที่สูงขึ้นด้วย

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าช่องแคบฮอร์มุซคือจุดเปราะบางที่สุดจุดหนึ่งของระบบพลังงานโลก

ที่หากเกิดความปั่นป่วนขึ้นจริง ผลกระทบจะกว้างไกลและรุนแรง

กลายเป็นภาวะวิกฤติพลังงานของโลกได้

#ช่องแคบฮอร์มุซ #วิกฤตพลังงาน #ราคาน้ำมัน #เศรษฐกิจโลก #ตะวันออกกลาง #พลังงานไทย #ดรพรายพล

ข่าวแนะนำ