วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ หรือ “ครูพรีมมี่” ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตพญาไท–ดินแดง พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า ได้รับการตอบรับจากประชาชนในทั้งสองเขตเป็นอย่างดี ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากความเชื่อมั่นต่อผลงานของพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ได้ร่วมบริหารประเทศ แม้จะเป็นระยะเวลาสั้น แต่สามารถผลักดันนโยบายและมาตรการที่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติ
ครูพรีมมี่ กล่าวว่า การทำงานของพรรคในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การคลัง และการคุ้มครองอธิปไตยของประเทศ ได้สะท้อนให้ประชาชนเห็นถึงแนวทางการทำงานที่ยึดหลัก “พูดแล้วทำ” และมุ่งเน้นผลลัพธ์เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การส่งออกสินค้าเกษตร หรือการดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงที่ยืนยันการรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างชัดเจน
ชูนโยบายฟื้นเศรษฐกิจฐานราก “คนละครึ่งพลัส”
ประเด็นด้านเศรษฐกิจ ครูพรีมมี่ระบุว่า ปัญหาหลักที่ประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยสะท้อนมาอย่างต่อเนื่อง คือภาวะค่าครองชีพและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ ซึ่งต่างมีความคาดหวังให้ภาครัฐนำมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาดำเนินการอีกครั้ง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในระดับชุมชน
ครูพรีมมี่ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวที่ผ่านมาได้ช่วยลดต้นทุนชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ และถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ
เน้นแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัยและสาธารณสุขในพื้นที่ดินแดง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ครูพรีมมี่ให้ความสำคัญ คือโครงสร้างประชากรในพื้นที่พญาไท–ดินแดง ซึ่งมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในชุมชนและแฟลตดินแดง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับระบบสาธารณสุขและการดูแลผู้สูงวัยอย่างเป็นระบบ
ครูพรีมมี่ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ดินแดงมีประชากรกว่าแสนคน แต่ยังไม่มีโรงพยาบาลในพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนต้องพึ่งพาสถานพยาบาลในเขตใกล้เคียง ซึ่งทำให้การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน เกิดความล่าช้า เขาจึงมีแนวคิดผลักดันให้ดินแดงมีโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่เพียงพอ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
สะท้อนปัญหาสุขอนามัยและการจัดการขยะในแฟลตดินแดง
ครูพรีมมี่ กล่าวถึงปัญหาสุขอนามัยในชุมชนแฟลตดินแดง โดยเฉพาะปัญหาการจัดเก็บขยะที่ไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เขาเห็นว่าการจัดการขยะเป็นหน้าที่สำคัญของภาครัฐ และควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ทั้งนี้ ได้เสนอแนวคิดให้มีการปรับปรุงระบบจัดเก็บขยะให้เหมาะสมกับความหนาแน่นของประชากร รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับชุมชน
ผลักดันการศึกษาและการพัฒนาทักษะแรงงานยุคใหม่
ในด้านการศึกษา ครูพรีมมี่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาทั้งเยาวชนและประชาชนวัยทำงาน โดยชี้ว่า การศึกษาต้องตอบโจทย์ตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบาย “การศึกษาแบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Education)” เพื่อเชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม
นโยบายดังกล่าวมุ่งให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ออนไลน์ได้ฟรี ทุกที่ ทุกเวลา เพื่ออัปสกิลและรีสกิล เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและแข่งขันในตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ย้ำจุดยืนทำงานเชิงผลลัพธ์ พร้อมรับใช้ประชาชน
ครูพรีมมี่ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ลงพื้นที่พบประชาชน ได้รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สาธารณสุข การศึกษา และคุณภาพชีวิต ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เขาพร้อมผลักดันนโยบายและแนวทางการทำงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับพื้นที่พญาไท–ดินแดงอย่างยั่งยืน







