วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง ครั้งที่ 2/2569 เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายและนโยบายสำคัญหลายประการรวมถึงแก้ไขปัญหาควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากระบบราง เพื่อยกระดับความปลอดภัยของระบบรางไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด โดยเฉพาะจากกรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟสินค้าชนกับรถโดยสารประจำทาง ซึ่งจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรการที่สามารถ “สร้างความมั่นใจ” ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการใช้ระบบรางเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้เตรียมพิจารณาร่างกฎหมายด้านความปลอดภัยและมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางราง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ได้แก่ 1.เตรียมประกาศให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” โดยห้ามขบวนรถสินค้าเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร ยกเว้นช่วงเวลา 22.00–04.00 น. และเส้นทางเข้าสู่สถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง หรือ ICD ลาดกระบัง พร้อมจำกัดความเร็วสูงสุดไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามเดินรถขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่กรุงเทพมหานครตลอด 24 ชั่วโมง เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมของประชาชนในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น เพื่อเป็นการยกระดับความปลอดภัยและจัดระเบียบการขนส่งสินค้าทางรางในเขตเมือง จากบทเรียนอุบัติเหตุเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ,2. เตรียมจัดตั้ง “คณะอนุกรรมการบูรณาการพัฒนาการท่องเที่ยวทางราง” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางรางภายใต้แนวคิด “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” หรือ Tourism for All ผลักดันการท่องเที่ยวทางรางให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาค และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยเป็นการบูรณาการระบบรางกับการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้
3. เห็นชอบแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 เพื่อเป็นกรอบการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในระยะยาว มุ่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ หรือ Seamless Mobility และบูรณาการกับระบบขนส่งสาธารณะประเภทอื่น หรือ Feeder เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง แก้ปัญหาจราจร และรองรับการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน และ4.เห็นชอบในหลักการร่างกฎหมายลำดับรอง 6 ฉบับ ครอบคลุมหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งกำหนดให้ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องเป็นนิติบุคคล มีทุนจดทะเบียนเพียงพอ และใบอนุญาตมีอายุไม่เกิน 30 ปี รวมถึงการกำหนดประเภทรถขนส่งทางราง คุณสมบัติและมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยของรถ ตลอดจนคุณสมบัติของพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถ ทั้งด้านอายุ สุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต และทักษะวิชาชีพ เพื่อวางรากฐานทางกฎหมายเพื่อควบคุมมาตรฐานผู้ประกอบการ ตัวรถ และบุคลากร โดยที่ประชุมพิจารณาให้ความ
นอกจากนี้ ยังเดินหน้ายกระดับความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล โดยกำหนดให้สามารถแสดงใบอนุญาตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ทั้งใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ และใบอนุญาตตัวรถขนส่งทางราง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย รวมถึงเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ และการให้ผู้ประกอบกิจการต้องจัดทำประกันความเสียหายให้มีความคุ้มครองตลอดอายุใบอนุญาต โดยพิจารณาวงเงินขั้นต่ำตามประเภทใบอนุญาตและมูลค่าโครงการ เพื่อให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของกิจการและสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการและประชาชน ส่วนรถขนส่งทางรางทุกประเภทต้องผ่านการจดทะเบียน มีโครงสร้างมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน และจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมสำหรับผู้ทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ และรถเข็นคนพิการ ส่วนพนักงานขับรถและพนักงานควบคุมรถต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย การประเมินสุขภาพจิต ต้องไม่เป็นผู้ติดสารเสพติดให้โทษ และผ่านการทดสอบทักษะวิชาชีพตามมาตรฐาน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การยกระดับความปลอดภัยของการขนส่งสินค้า การคุมเข้มมาตรฐานตัวรถและบุคลากร รวมถึงการบูรณาการระบบรางเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งทางรางของประเทศ โดยทุกแผนงานและกฎระเบียบมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ ปลอดภัย เข้าถึงบริการได้ง่ายและเท่าเทียม








