“กลุ่มบริษัทค้าเหล็ก” ห่วงแนวทางกำหนดหลอมแบบ IF เสี่ยงตลาดผูกขาด ทำราคาสูงโดยใช่เหตุ หนุนมาตรฐานบนหลักวิชาการ - ผลทดสอบของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป หวังแข่งขันเป็นธรรม ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. นายประชา กุศลานุคุณ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปณคุณสตีล เอ็นเตอร์ ไพพ์ จำกัดและสมาชิกกลุ่มผู้ค้าเหล็ก กล่าวถึงแนวทางการกำหนดมาตรฐานที่จะจำกัดกรรมวิธีผลิตจากกระบวนการหลอมแบบ IF ที่กำหนดให้ทำได้แค่บางประเภท ทั้งที่กรรมวิธีผลิตภัณฑ์ดังกล่าวสามารถผลิตสินค้าได้ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ว่า ที่ผ่านมา ผู้ค้าเหล็กทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดหาสินค้าจากผู้ผลิต ทั้งผลิตจากเตา EF และเตา IF โดยยึดหลักสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านมาตรฐาน มอก. และเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย ผู้ค้าจึงให้ความสำคัญกับ คุณภาพของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มากกว่าประเภทของกระบวนการผลิต
โดยการมีผู้ผลิตจากหลากหลายกระบวนการช่วยให้ตลาดมีการแข่งขันที่เหมาะสม ผู้ค้าสามารถจัดหาสินค้าได้ครบทุกขนาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านราคา ปริมาณ และระยะเวลาส่งมอบ
“หากมีการจำกัดให้สามารถใช้เฉพาะเหล็กจากเตา EF จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าเหล็กอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากแหล่งจัดหาสินค้าจะลดลง การแข่งขันในตลาดจะน้อยลง และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการกระจุกตัวของตลาดหรือการผูกขาดโดยผู้ผลิตบางกลุ่ม ส่งผลให้ผู้ประกอบการค้าขาดอำนาจในการต่อรอง และท้ายที่สุดผู้บริโภคอาจเป็นผู้รับภาระจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น”นายประชากล่าว
นายประชา กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์ของผู้ประกอบการค้าเหล็ก พบว่าในหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา การจัดหาสินค้าจากผู้ผลิต EF เพียงอย่างเดียวไม่สามารถผลิตสินค้าครบไซส์ให้กับลูกค้าได้ครบถ้วน ทั้งในด้านความพร้อมของสินค้า ทำให้การก่อสร้างล่าช้าเหตุเพราะมีเหล็กไม่ครบไซส์และราคาจะสูงขึ้นรวมถึงปัญหามีเงินแต่ก็หาซื้อของไม่ได้ จริงๆจากประสบการณ์จำหน่ายเหล็กมากกว่า30ปีที่ผ่านมา ขายเหล็กทุกชนิดผู้จำหน่ายและผู้บริโภคและผู้ออกแบบรู้ว่าการใช้งานอย่างเหมาะสมของชนิดเหล็ก เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดแข่งขันแบบสมบูรณ์ การที่ตลาดแบบสมบูรณ์ต้องมีสินค้าหลากหลายชนิดให้ผู้บริโภคเลือกสรรใช้หากสินค้ามีน้อยรายหรือน้อยชนิดจะเป็นตลาดการแข่งขันแบบสมบูรณ์ไม่ได้ หากตัดแหล่งผลิตจาก IF ออกไป ความเสี่ยงด้านตลาดผูกขาด สินค้าขาดแคลนและการส่งมอบล่าช้า สินค้าไม่ครบ ราคาสูงขึ้นโดยใช่เหตุ แม้จะมีผู้ประกอบการบางราย บอกว่าสินค้าจะไม่ขาดตลาด แต่คำถามที่สำคัญคือ ใครเป็นผู้รับประกัน และ ใช้ข้อมูลใดเป็นหลักฐานอ้างอิง เพราะไม่มีผู้ใดสามารถ รับประกันสภาวะตลาดในอนาคตได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น
นายประชา กล่าวว่า ผู้บริโภคควรมีสิทธิ์เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานเดียวกัน โดยพิจารณาจากคุณภาพ ราคา ความพร้อมของสินค้า และความเหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ใช่ถูกจำกัดทางเลือกจากประเภทของเตาหลอมเพียงอย่างเดียว หากผลิตภัณฑ์ทุกชนิดผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองตามมาตรฐาน มอก. ในระดับเดียวกัน ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการค้าเหล็กขอสนับสนุนให้การกำหนดมาตรฐานตั้งอยู่บนหลักวิชาการและผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พร้อมทั้งคำนึงถึงผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า เสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน สิทธิของผู้บริโภค และความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการทุกภาคส่วน เพื่อให้ตลาดเหล็กไทยยังคงมีการแข่งขันที่เป็นธรรม มีสินค้าที่เพียงพอต่อความต้องการ และผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด








