นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนขยายตัวต่อเนื่อง จากแรงกดดันด้านต้นทุนเป็นหลัก โดยเฉพาะราคาพลังงานและวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ขณะที่ความต้องการสินค้าในตลาดโลกและในประเทศยังขยายตัวดี ทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตรและอาหาร รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ส่งผลให้ดัชนีราคาปรับเพิ่มขึ้นทุกหมวดสินค้า อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง และความผันผวนของค่าเงินบาท อาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ดัชนีราคาส่งออก เดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 115.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 (YoY) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร รวมถึงความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินทรัพย์ปลอดภัยที่ขยายตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ยังทรงตัวในระดับสูงร้อยละ 53.3 โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป และน้ำมันดิบ จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ หมวดสินค้าเกษตรกรรม สูงขึ้นร้อยละ 5.8 ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยว ส่งผลให้ผลผลิตมันสำปะหลังสดออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย ทำให้หัวมันสำปะหลังมีเปอร์เซ็นต์แป้งสูงขึ้น ยางพารา ตามปริมาณยางที่ออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ยางขยายตัวต่อเนื่อง และข้าว จากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หมวดสินค้าอุตสาหกรรม สูงขึ้นร้อยละ 2.4 ได้แก่ ทองคำ จากความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้นของสถาบันการเงินและนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำและส่วนประกอบอื่น ๆ ทำให้ผู้นำเข้าและผู้บริโภคเร่งสต็อกหรือซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น และแผงวงจรไฟฟ้า สอดคล้องกับทิศทางราคาเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการในกลุ่ม AI และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่ยังคงขยายตัว และหมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร สูงขึ้นร้อยละ 0.2 ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันพืชในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น อาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอาหารสุนัขและแมว ตามแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และอาหารทะเลกระป๋อง ตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบปลาทูน่าที่เพิ่มขึ้น
ดัชนีราคานำเข้า เดือนพฤษภาคม 2569 เท่ากับ 129.1 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.1 (YoY) ปัจจัยหลักเป็นผลจากความต้องการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง ทุน วัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อรองรับภาคการผลิตและส่งออกที่ขยายตัว รวมถึงความต้องการในการอุปโภคบริโภคของประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า ประกอบด้วย หมวดสินค้าเชื้อเพลิง สูงขึ้นร้อยละ 48.8 จากราคาน้ำมันดิบ และน้ำมันสำเร็จรูป เนื่องจากความกังวลด้านอุปทานตึงตัว อันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สูงขึ้นร้อยละ 10.6 ได้แก่ ทองคำ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ ตามราคาตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น และปุ๋ย ราคายังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน จากความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลาง และต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตที่เพิ่มขึ้น สำหรับอุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนเพื่อใช้ในการผลิตและส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค สูงขึ้นร้อยละ 6.0 จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เสื้อผ้า รองเท้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ และเครื่องประดับอัญมณี ตามความต้องการสินค้าเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคของประเทศเพิ่มขึ้น หมวดสินค้าทุน สูงขึ้นร้อยละ 4.4 จากเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์โลหะ ตามการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด สำหรับเครื่องมือ เครื่องใช้ทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ การทดสอบ ตามความต้องการลงทุนในระบบสุขภาพดิจิทัล และนวัตกรรม AI ทางการแพทย์เพิ่มขึ้น และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง สูงขึ้นร้อยละ 3.1 จากส่วนประกอบ และอุปกรณ์ยานยนต์ รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก รถยนต์นั่ง และส่วนประกอบและอุปกรณ์จักรยานยนต์ และรถจักรยาน ตามความต้องการชิ้นส่วนเพื่อรองรับการส่งออก และการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (HEV) ตลอดจนการกลับมาเร่งกำลังการผลิต หลังจากการปรับปรุงสายการผลิตและระบายสต็อกสินค้าในช่วงปีก่อน
แนวโน้มดัชนีราคาส่งออก และดัชนีราคานำเข้า เดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทำให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบอยู่ในระดับสูง และส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าอุตสาหกรรม 2) ราคาสินค้าโลหะพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอะลูมิเนียมและทองแดง จากความต้องการที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และข้อจำกัดด้านอุปทาน 3) ความต้องการด้าน AI สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center ยังมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะอุปทานตึงตัวด้านชิป มีส่วนทำให้ราคาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้น และ 4) ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกระแสความมั่นคงทางอาหาร อาจส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรและอาหารปรับสูงขึ้น
ขณะที่ปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ 1) ราคาพลังงานมีโอกาสพักฐาน หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย 2) ภาวะการเงินโลกตึงตัว จากแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า 3) วัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มทรงตัว หลังการเร่งสต็อกเริ่มชะลอตัว 4) การแข่งขันด้านราคาจากประเทศคู่ค้าที่รุนแรง อาจกดดันความสามารถในการส่งออกของผู้ประกอบการไทย 5) ผลผลิตสินค้าเกษตรเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น และ 6) ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า และมาตรการภาษีของประเทศคู่ค้าสำคัญ








