บอย อินชัวร์
TFRS 17 กล่าวได้ว่า เป็นมาตรฐานการรายงานทางการเงินสากลสำหรับสัญญาประกันภัย ซึ่งเข้ามามีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา ซึ่งมาตรฐานตัวนี้ เป็นการเปลี่ยนวิธีรับรู้รายได้และกำไร ของบริษัทประกันทีเดียว ตลอดจนสะท้อนสถานะการเงินที่แท้จริง อันทำให้สามารถประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น
TFRS 17 ยังบังคับให้บริษัทต้องประเมินมูลค่าปัจจุบันของหนี้สิน ซึ่งหมายถึงเงินที่ต้องจ่ายเคลมในอนาคต และต้องมีการปรับปรุงสมมติฐานตามสถานการณ์จริงอย่างสม่ำเสมอเปิดเผยกำไรล่วงหน้า โดยกำไรจากสัญญาประกันภัยจะถูกแบ่งไว้เป็นกลุ่ม และจะทยอยรับรู้เป็นกำไรในงบการเงินเมื่อบริษัทส่งมอบความคุ้มครองในแต่ละปีความโปร่งใสที่มากขึ้น: ซึ่งช่วยให้ผู้เอาประกันภัยเห็นความสามารถทำกำไรและเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทประกันแต่ละแห่งอย่างชัดเจนขึ้น
TFRS17 กล่าวได้ว่า เป็นมาตรฐานรายงานทางการเงินสากลสำหรับสัญญาประกันภัย โดยก่อนหน้านี้อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน) นักคณิตศาสตร์ประกันภัยและผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้เคยเขียนบทความแนะให้บริษัทประกันชีวิตปรับตัวในการรับรู้รายได้และหนี้สินตามจริงและทำความเข้าใจ TFRS 17 สำหรับธุรกิจประกันชีวิตจำเป็นต้ิงเปลี่ยนวิธีการรับรู้รายได้ จากเดิมบริษัทประกันจะบันทึกเบี้ยประกันที่ได้รับเป็นรายได้ทันที แต่ทว่า บริบท TFRS 17 บริษัทจะทยอยรับรู้รายได้ตามการให้บริการจริง และกันสำรองหนี้สินไว้คำนวณกำไรอนาคตและสร้างความโปร่งใส ซึ่งส่งผลให้ผู้ทำประกันแลเห็น สถานการณ์การเงินที่แท้จริง ของแต่ละบริษัท ว่ามีขีดความสามารถจ่ายเคลมขนาดไหน
อย่างไรก็ดี สมาคมประกันชีวิตไทยได้เคลื่อนไหวทยอยจัดคิวกิจกรรมในการจัดอบรมให้ความรู้และให้ความสำคัญในการร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บริษัทประกันต่างๆ ล่าสุดได้จัดอบรมติวเข้มให้กับผู้บริหารสหประกันชีวิตเพื่อเสริมความเข้าใจธุรกิจประกันชีวิตและการปรับตัวสู่มาตรฐาน TFRS 17
โดยสมาคมประกันชีวิตไทยนำโดยนายพิชา สิริโยธิน ผู้อำนวยการบริหาร และนายจรุง เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการบริหาร ได้รับเชิญจากบริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นวิทยากรพิเศษในหลักสูตร “ความรู้ความเข้าใจธุรกิจประกันชีวิตสำหรับผู้บริหารบริษัท” ซึ่งจัดขึ้นณ โรงแรม Ozone Hotel Khao Yai จังหวัดนครราชสีมา
การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมให้แก่คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท สหประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันของอุตสาหกรรมประกันชีวิต รวมถึงการปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบททางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ในการนี้ นายพิชา สิริโยธิน ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิต” พร้อมถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานการรายงานทางการเงิน TFRS 17 ตลอดจนแนวโน้มและทิศทางของธุรกิจประกันชีวิตไทย เพื่อเสริมสร้างมุมมองเชิงกลยุทธ์และโอกาสการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
ขณะที่อีกมุมหนึ่งนายจรุง เชื้อจินดา ได้บรรยายในหัวข้อ “กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันชีวิต” เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
สมาคมประกันชีวิตไทยยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ของอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบริษัทสมาชิกอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการองค์กร เสริมสร้างความมั่นคงทางธุรกิจ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล
เพราะฉันนั้น บทสรุปในเรื่องนี้ TFRS 17 ถือว่าเป็นการพลิกโฉมหน้าการทำธุรกิจประกันชีวิตของบริษัทประกันชีวิตทีเดียว หากบริษัทไหนไม่แข็งแกร่งมีความพร้อมกับการวางระบบรับมือกับมันแล้ว เห็นทีจะลำบาก แต่ที่แน่ๆผู้เอาประกันภัยได้รับประโยชน์เต็มๆกล่าวคือ มันช่วยลดหรือบรรเทาความกังวลใจผู้เอาประกันในความไม่มั่นใจถึงความมั่นคงของบริษัทประกันลงได้มากทีเดียว ตลอดจนทำให้แต่ละบริษัทประกันจำเป็นต้องมีการวางแผนในการวัดมูลค่าหนี้สินที่รัดกุมเข้มข้นขึ้น อันทำให้บริษัทต้องดำรงเงินกองทุนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริง และที่สำคัญยังช่วยให้บรรดานักวางแผนทางการเงินต่างๆสามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบกรมธรรม์และผลประกอบการของแต่ละบริษัทได้สะดวกและเกิดความเป็นธรรมมากขึ้น








