วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมพูลแมน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคร่วมไทยสร้างชาติ เผยว่า ได้เข้าร่วมเปิดรับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เกี่ยวกับมติยกเลิกการใช้เหล็กข้ออ้อยที่ผลิตจากเตาหลอมประเภท IF (Induction Furnace) มาใช้ทำโครงสร้างอาคารและตึกสูง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยว่า เหล็กเส้นที่ใช้ในประเทศไทยในงานโครงสร้างจะมีเหล็กกลม และเหล็กข้ออ้อย ทีใช้สำหรับทำเสา ทำคาน โดยเหล็กนั้นจะมีอักษร EF และIF บงบอกถึงกระบวนการผลิตเหล็กนั้นๆ ซึ่งไม่เหมือนกัน
โดยประเทศไทยโดยปี 2519 จะมีกระบวนการผลิตแบบ EFมาโดยตลอด เป็นการผลิตที่ละเอียด ต้นทุนสูง เตาหลอมที่ใช้หลอมเหล็กเมื่อเอาน้ำเหล็ก และเศษเหล็ก ใส่ผลไปจะมีออกซีเจนต่ำ ทำให้เกิดน้ำหล็กดีบางส่วน ส่วนที่เหลือไม่ดีก็นำเททิ้ง เป็นขั้นตอนผลิดที่ดี ส่วนการผลิตแบบ IF พึ่งเกิดขึ้นมาใหม่จากประเทศจีน และเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2559 โดยเตาหลอม IF เอาอะไรใส่ลงไปก็จะอยู่ในนั้นไม่สามารถนำเอาไปทิ้งได้ จึงกลายเป็นสิ่งที่ทำให้มาตรฐานมีปัญหา จนถึงปัจจุบัน
อีกทั้งยังมีปัญหาที่ก่อนหน้านี้การตรวจสอบสอบจะกำหนดกรรมมาวิธี แต่พอไม่กำหนดกรรมาวิธี และเปิดกว้างในการผลิตแบบ IF มากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือ ทีมงานที่ตรวจสอบเรื่องเหล็กที่มีความเขี่ยวชาญในประเทศไทยมีเพียง 5 คน แต่ในช่วงที่เกิดปัญหาตึกสตง.ถล่ม และมีการมีการตตรวจเข้มอย่างเต็มที่ในช่วงนั้น ก็เป็นเพียงการระดมเจ้าหน้าที่จากส่วนอื่นมาร่วมกันตรวจสอบถึงได้ตรวจสอบได้มากขึ้น รวมถึงพรบ.โรงงานปี 2562 เป็นต้นไป ไม่ต้องต่อใบอนุญาต เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมจังหวัดใม่ได้เข้าไปตรวจโรงงานตั้งแต่ตอนนั้น
“ในปี 2559 -2569 เอกชนสร้างตึกน้อย แต่ในส่วนของหน่วยงานราชการสร้างตึกขึ้นมาก และเห็นว่าเหล็กที่ผลิตแบบ IF อยู่ในส่วนของการก่อสร้างหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะตึก สตง. ที่ถล่มมีทั้งเหล็กแบบ IF และแบบ EF มีผลตรวจจากสถาบันเหล็กกล้าเป็นผู้ตรวจสอบว่า เหล็กแบบ EF ผ่าน เหล็กแบบ IF ไม่ผ่าน ซึ่งเรื่องนี้ เจ็บก็ต้องจำ ดังนั้นในวันนี้จึงต้องมีการพูดคุยกันอย่างจรงจัง ตรงไปตรงมา ถ้าไม่มีเหล็กแบบ IF แล้วจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะคณะกรรมการกมอ.ใหญ่ไม่เอาแล้ว แต่ก็ต้องฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ และประชาชนก่อน เพราะเป็นผู้ได้ประโยนชน์ และเสียประโยชน์ และท้ายทีสุดมาตรฐานไม่ควรที่จะต่อลองได้” นายอรรถวิชช์ กล่าวและว่า ถ้าจะให้มีการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบก็อาจใช้วิธีในการเปลี่ยนผ่านเครื่องจักร อาทิ การปลอดภาษีในการเปลี่ยนเครื่องจักร








