นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน การประชุมติดตามกฎหมายกรมเจ้าท่าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง พร้อมด้วยนายสรรเพชร บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายวรรณชัย บุตรทองดี ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานทะเบียนเรือ นายวิชิต ไชยสาลี ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ ผู้แทนจากกรมประมง และ นายไตรฤกษ์ มือสันทัด ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมประมงจังหวัดต่าง ๆ ร่วมหารือเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญสูงสุดกับการสนับสนุนพี่น้องชาวประมง ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจฐานราก โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปในการเร่งรัดปลดล็อกกฎหมายและข้อบังคับ 6 ประเด็นสำคัญ เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค ดังนี้
1. แยกส่วนใบอนุญาตฯ โดยกรมเจ้าท่าเตรียมแก้ไขกฎกระทรวง โดยปรับเงื่อนไขให้ใบอนุญาตใช้เรือและใบอนุญาตทำการประมงแยกออกจากกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความคล่องตัวมากขึ้น
2. มาตรฐานความรู้คนประจำเรือ กระทรวงคมนาคมลงนามเห็นชอบร่างข้อบังคับการสอบความรู้ผู้ทำการในเรือประมงเรียบร้อยแล้ว เพื่อยกระดับทักษะและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
3. ความชัดเจนเรื่องเครื่องหมายเรือ กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงกฎระเบียบเรื่องเครื่องหมายถาวรของเรือไทย ให้สอดคล้องกับวิถีการทำประมงในปัจจุบัน
4. ยกระดับประสิทธิภาพเรือขนถ่าย ในการแก้ไขข้อบังคับให้เรือประมงสามารถดำเนินการทำประมงและขนถ่ายสัตว์น้ำได้ในเรือลำเดียวกัน ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าสัตว์น้ำ
5. อำนวยความสะดวกเรื่องหนังสือคนประจำเรือ ให้มีความรวดเร็ว และ แก้ไขปัญหาการขาดแคลนเอกสาร โดยอนุญาตให้ใช้เอกสารชั่วคราวที่ออกโดยกรมเจ้าท่าแทนกรณีเล่มหนังสือเดิมมีปัญหา เพื่อให้ชาวประมงสามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด
6. การต่อเรือลำใหม่ เพื่อทำการประมงนอกน่านน้ำ กรมเจ้าท่าเปิดทางให้สามารถสร้างเรือลำใหม่เพื่อไปทำการประมงได้ ในส่วนของกรมประมงผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรมประมงต่อไป
กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า และ กรมประมง มุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขข้อจำกัดต่างๆ เหล่านี้ให้พี่น้องชาวประมงสามารถประกอบอาชีพได้อย่างราบรื่น ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน โดยยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัยทางน้ำระดับสากล เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพประมงไทย








