วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือกับสหภาพแรงงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) นำโดย นายประมิต เมฆฉาย ประธาน สร.ขสมก. โดยมี นายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ทุกฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุ่งพัฒนาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยกระทรวงคมนาคม (คค.) พร้อมรับฟังและพิจารณาข้อเสนอจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมมอบนโยบายให้ ขสมก. ทำหน้าที่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนในฐานะระบบขนส่งสาธารณะขั้นพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม ผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้ ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถโดยสารไฟฟ้า ขอให้พนักงานทุกคนพัฒนาทักษะและปรับบทบาทให้สอดรับกับทิศทางขององค์กร เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข พร้อมยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มีการลดจำนวนพนักงานแน่นอน
นอกจากนี้ ขสมก. ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความปลอดภัยให้ประชาชนไว้วางใจ รวมถึงจัดตารางเวลาเดินรถให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยนำเทคโนโลยี เช่น แอปพลิเคชันและระบบ GPS มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้ สำหรับประเด็นการจัดสรรพื้นที่ ขณะนี้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และ ขสมก. อยู่ระหว่างวางแผนปรับเส้นทางการเดินรถใหม่ เพื่อหาพื้นที่จัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้ารองรับการเปลี่ยนผ่านสู่รถโดยสารไฟฟ้า โดย คค. พร้อมสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่ และหวังว่าจะได้ร่วมทำงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป
นายประมิต เมฆฉาย ประธาน สร.ขสมก. กล่าวว่า สหภาพฯ ได้ยื่นข้อเสนอเร่งรัดดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาของ ขสมก. ใน 2 ประเด็นหลัก คือ ขอให้รัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้แก่ ขสมก. เพื่ออุดหนุนรายได้ส่วนที่ขาดหายไปจากการให้บริการในราคาต่ำกว่าต้นทุนจริง และรักษาเสถียรภาพการให้บริการในระยะยาว และขอให้จัดสรรงบลงทุนเพื่อจัดซื้อที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์แทนการเช่าพื้นที่อู่จอดรถโดยสารจากภาครัฐและเอกชน เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก. ต้องแบกรับภาระค่าเช่าพื้นที่ในราคาสูงและมีการปรับขึ้นทุกปี ซึ่งส่งผลเสียต่อเสถียรภาพขององค์กรในระยะยาว








