บอย อินชัวร์
หากพูดถึงปัญหาร้องเรียนประกันภัย ทว่าผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมร้องไปถึงสคบ. หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค มักจะปรากฎเป็นข่าวและคดีความไม่รุดหน้าเท่าที่ควร กระทั่งเรื่องราวร้องเรียนก็มักตีกลับมาที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)อยู่แบบเดิมๆ
ประกอบกับสคบ.มีจ้อจำกัดว่า ปัญหาประเภทใดบ้างที่สคบ. รับเรื่อง และไม่สามารถรับเรื่อง โดยเฉพาะสคบ.มีอำนาจตามกฎหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคในหลายๆ ด้าน โดยหากพบปัญหาในกลุ่มนี้ สามารถร้องเรียนได้ทันที ได้แก่สินค้าสั่งซื้อทางออนไลน์ไม่ได้มาตรฐาน หรือ ไม่ตรงปก หรือปัญหาเกี่ยวกับ บ้านจัดสรร หรือ คอนโด อย่างเช่น การก่อสร้างล่าช้า หรือไม่เป็นไปตามสัญญา หรือการถูกเอาเปรียบจากสัญญาเช่าหอพัก รวมถึงปัญหาค่าน้ำ-ค่าไฟแพงเกินจริง ตลอดจนปัญหาการให้บริการด้านการแพทย์และ คลินิกเสริมความงามการโฆษณาเกินจริง หรือกระทั่งสินค้าที่มีการติดฉลากไม่ถูกต้อง
จนกระทั่งในระยะหลังๆเป็นที่รู้กันในหมู่พี่น้องประชาชนคนร้องเรียนกันดีว่า ประเด็นไหนควรร้องเรียนกับสำนักงานสคบ.และสิ่งไหนควรร้อง สำนักงานคปภ. โดยขึ้นอยู่กับประเภทของปัญหา โดยทั้งสองหน่วยงานได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ1. ปัญหาที่ควรร้องเรียนกับ คปภ. (สายด่วน 1186) โดยมีขอบเขตปัญหาเกี่ยวกับ ประกันภัยทุกประเภท อาทิเช่น ประกันรถยนต์, ประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, ประกันอุบัติเหตุ และ ประกันโควิด-19 เป็นต้น โดยตัวอย่างปัญหาก็มีตั้งแต่บริษัทประกันภัยบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงินเคลม หรือว่าจ่ายเคลมค่าสินไหมทดแทนไม่เป็นธรรม หรือระยะเวลาจ่ายเคลมล่าช้าเกินควร หรือถูกตัวแทนนายหน้าขายประกันหลอกลวง ซึ่งเอกสารที่ต้องใช้ก็มีสำเนาบัตรประชาชน, สำเนากรมธรรม์, เอกสารการติดต่อ/จดหมายปฏิเสธจากบริษัทประกัน, ใบเสร็จรับเงิน, และใบรับรองแพทย์
2. ปัญหาที่ควรร้องเรียนกับ สคบ. ก็มีอย่างเช่นสายด่วน 1166 ซึ่งขอบเขตจะเป็นปัญหาการถูกเอาเปรียบจาก สินค้าหรือบริการทั่วไป อาทิเช่น การซื้อสินค้าออนไลน์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, บริการฟิตเนส, อสังหาริมทรัพย์, และบัตรเครดิต)ตัวอย่างปัญหา: สินค้าไม่ได้มาตรฐาน, โฆษณาเกินจริง, สินค้าไม่ตรงปก, หรือถูกปฏิเสธการรับประกันสินค้าจากร้านค้าเอกสารที่ต้องใช้: สำเนาบัตรประชาชน, หลักฐานการซื้อขาย/โอนเงิน, ใบเสร็จรับเงิน, สัญญา
ทั้งนี้หลักฐานการพูดคุยกับผู้ประกอบการข้อควรทราบเพิ่มเติมสคบ. จะไม่รับพิจารณาเรื่องร้องเรียน หากคุณได้ไปใช้สิทธิยื่นฟ้องร้องต่อศาลด้วยตนเองแล้ว หรือเรื่องนั้นมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วทั้งสองหน่วยงานมีเจ้าหน้าที่คอยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้บริโภคกับคู่กรณีหากคุณต้องการความช่วยเหลือหรือคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถระบุรายละเอียดได้ว่า:ปัญหาที่พบเจอคืออะไร เกี่ยวกับประกัน หรือสินค้าออนไลน์ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น หรือมีข้อโต้แย้งกับคู่กรณีในส่วนไหนผมสามารถให้ข้อมูลขั้นตอนการเตรียมเอกสารที่เจาะจงและช่องทางการติดต่อแบบละเอียดสำหรับปัญหานั้นๆ ได้
มาล่าสุดสำนักงานคปภ. ได้ประชุมร่วม กับสคบ. พัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลยกระดับประสิทธิภาพการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ภายใต้นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ พร้อมด้วยนางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์และเจ้าหน้าที่สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เข้าร่วมการประชุมหารือแนวทางพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนและการประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ณ ศูนย์ราชการฯ อาคาร B ชั้น 5 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานในที่ประชุม
การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นหารือใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ แนวทางการยกระดับการเชื่อมโยงระบบเรื่องร้องเรียนด้านการประกันภัยระหว่างสำนักงาน คปภ. และ สคบ. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและปรับปรุงระบบ เรื่องร้องเรียนร่วมกัน และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของประชาชนด้านการ ประกันภัยให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการการทำงานเชิงรุกระหว่างสำนักงาน คปภ. และ สคบ. ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรื่องร้องทุกข์ด้านการประกันภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การดูแลและแก้ไขปัญหา ของประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยทั้งสองหน่วยงานจะเดินหน้าประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อไป ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างยั่งยืน
ต่อเรื่องนี้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ คปภ.ด้านกฎหมายและตรวจสอบ ได้โพสต์บนเพจเฟสบุ๊คส่วนตัวระบุว่า ล่าสุดตนเองได้นำทีมสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์เข้าร่วมการประชุมกับท่านเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และหารือแนวทางพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียนและการประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
โดยการประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นหารือใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ แนวทางการยกระดับการเชื่อมโยงระบบเรื่องร้องเรียนด้านการประกันภัยระหว่างสำนักงาน คปภ. และ สคบ. เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและปรับปรุงระบบจัดการเรื่องร้องเรียนร่วมกัน เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนที่เกี่ยวกับการประกันภัยให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการการทำงานเชิงรุกระหว่างสำนักงาน คปภ. และ สคบ. เพื่อให้การดูแลและแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยทั้งสองหน่วยงานจะเดินหน้าประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยน ข้อมูลอย่างใกล้ชิดต่อไป ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและการยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างยั่งยืน
สรุปแล้ว นับจากนี้ไป คงต้องติดตามดูกันว่า กรณีสคบ.ผนึกคปภ.รื้อใหญ่การบริหารจัดการระบบ"เรื่่องร้องเรียนประกัน"ใหม่ครั้งนี้ในรอบหลายสิบปีนับตั้งแต่ก่อตั้งทั้งสองหน่วยงานนี้ จะได้ผลและประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจกับผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อหรือทำธุรกรรมประกันไปด้วยดีหรือไม่ หรือทว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกันแน่








