บอย อินชัวร์
แม้ว่าปัจจุบันการให้ความคุ้มครองประกันเข้ามาเกี่ยวข้องกับสวัสดิการแห่งรัฐโดยตรงยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม หากจะเห็นกันบ้างก็ผ่าน การอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลในรูปแบบ ประกันสังคมที่ถือเป็นสวัสดิการพื้นฐาน และ สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย อย่างเช่นสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง): ที่เป็นสวัสดิการหลักที่รัฐบาลจัดให้คนไทยทุกคนที่ไม่มีประกันสังคมหรือสิทธิข้าราชการ สามารถใช้สิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ฟรีตามโรงพยาบาลรัฐหรือคลินิกที่เข้าร่วมสิทธิประกันสังคม อันถือได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของสวัสดิการรัฐ แม้ว่าประกันสังคมอาจจะเป็นระบบประกันที่ผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล ร่วมกันจ่ายเงินสมทบแลกกับสิทธิประโยชน์ ค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วยหรือว่างงาน ค่าคลอดบุตร และเงินบำนาญชราภาพ
หากทว่า ที่ดูจะตรงประเด็นคงจะเป็นประกันชีวิตผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งรัฐบาลได้ร่วมมือกับสถาบันการเงิน อย่างเช่น ธนาคารออมสิน ซึ่งมอบสิทธิพิเศษประกันชีวิตกลุ่มให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
แม้ว่าจะมีเค้าโครงในทิศทางทางบวก ในทางกลับกันก็อาจมีแง่มุมในด้านลบที่พึงต้องระมัดระวังตามมาอย่างมากทีเดียว นั่นก็คือการกังวลในความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวของผู้ลงทะเบียนหรือได้รับความคุ้มครองประกันในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่ต่างจากสถาบันการเงินต่างๆเลย
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกบอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ภายใต้นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ก็ร่วมมือร่วมใจกับภาคธุรกิจประกันในการผนึกกำลัง 46 หน่วยงานรัฐและเอกชน ร่วมลงนาม MOU โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ยกระดับการเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อบูรณาการข้อมูลและสนับสนุนการดำเนินโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
โดยเลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ภายใต้บันทึกความเข้าใจดังกล่าว สำนักงาน คปภ. มีบทบาทสำคัญในฐานะ “หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติ” โดยมีหน้าที่ร่วมตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนในโครงการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรี หรือคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคมกำหนด ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของประชาชนผู้ลงทะเบียน โดยได้เตรียมความพร้อมด้านระบบและกำหนดมาตรการรองรับอย่างรัดกุม ครอบคลุมทั้งการจัดเก็บ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
สำหรับมาตรการสำคัญที่สำนักงาน คปภ. ดำเนินการ ประกอบด้วย 1.การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ลงทะเบียน จะดำเนินการเฉพาะเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนเท่านั้น
2.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล โดยสำนักงาน คปภ. จัดให้มีมาตรการป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 และ 3.การทำลายข้อมูลอย่างรัดกุม โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาเพื่อใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติ จะถูกลบ ทำลาย หรือส่งคืน พร้อมส่งหนังสือรับรองให้สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ภายใน 30 วัน นับแต่การตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเสร็จ
ทั้งนี้การเข้าร่วมลงนามของสำนักงาน คปภ. ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นขององค์กรในการสนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการดำเนินโครงการที่มุ่งช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างทั่วถึง โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อประชาชน และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และสนับสนุนให้การจัดสรรสวัสดิการของรัฐเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
จากการติดตามไทม์ไลน์ของเลขาฯคปภ.มาตรการป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยมิชอบ ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2565 และการทำลายข้อมูลอย่างรัดกุม น่าจะสร้างความมั่นอกมั่นใจในระดับหนึ่งให้กับพี่น้องประชาชนที่เอาประกันและลงทะเบียนรับสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ภายภาคหน้าจะพลิกผันเกิดอะไรขึ้นหรือเกิดความเปลี่ยนแปลงไปต่อจากนี้หรือไม่ คงไม่มีใครตอบได้ ถึงความไม่แน่นอนของพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป หรือไลฟ์สไตล์ของผู้คนในสังคมไทย ตลอดจนการแปรเปลี่ยนไปของเครื่องไม้เครื่องมือเทคโนโลยี








