วันที่ 20 เมษายน 2569 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานตามแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของกระทรวงคมนาคม ตลอดระยะเวลา 10 วัน (ระหว่างวันที่ 10–19 เมษายน 2569) พบว่า ภาพรวมการให้บริการระบบขนส่งทางรางทั่วประเทศประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สามารถรองรับการเดินทางของพี่น้องประชาชนได้อย่างปลอดภัย และไม่มีผู้โดยสารตกค้างสะสม โดยมียอดผู้ใช้บริการระบบรางสะสมครบ 10 วัน รวมทั้งสิ้น 11,261,152 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 5.77) แบ่งเป็น
รถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) มีผู้ใช้บริการสะสม 10 วัน รวมทั้งสิ้น 869,136 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 11.47) แบ่งเป็นผู้โดยสารขาเข้า 444,883 คน-เที่ยว และผู้โดยสารขาออก 424,253 คน-เที่ยว (ประกอบด้วยผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 383,809 คน-เที่ยว และเชิงสังคม 485,327 คน-เที่ยว) โดยเส้นทางสายใต้มีผู้ใช้บริการมากที่สุด รองลงมาเป็น สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายเหนือ ตามลำดับ จากการวิเคราะห์สถิติการเดินทางรายวัน พบว่า วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน เป็นวันที่มีผู้ใช้บริการรวมสูงสุดถึง 96,309 คน-เที่ยว โดยพฤติกรรมการเดินทางแบ่งออกเป็น 2 ช่วงอย่างชัดเจน ได้แก่ ช่วงต้นเทศกาล (10-13 เม.ย.) ประชาชนเน้นเดินทาง "ขาออก" หนาแน่นที่สุดในวันที่ 12 เม.ย. (53,009 คน-เที่ยว) จากนั้นทิศทางการเดินทางได้เริ่มเปลี่ยนเป็น "ขาเข้า" สูงกว่าขาออกตั้งแต่ วันที่ 14 เมษายน เป็นต้นมา โดยมีสถิติผู้โดยสารเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ สูงสุดใน วันที่ 15 เมษายน (51,191 คน-เที่ยว) ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนวางแผนการเดินทาง โดยเลือกทยอยเดินทางกลับล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในช่วงโค้งสุดท้ายของวันหยุดยาว
ระบบรถไฟฟ้าในเขตเมืองและชานเมือง มีผู้ใช้บริการสะสม 10 วัน รวมทั้งสิ้น 10,392,016 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 5.26) โดยข้อมูลรายละเอียดแต่ละสาย ดังนี้
• สายสีเขียว: 5,189,334 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 5.48)
• สายสีน้ำเงิน (เฉลิมรัชมงคล) : 3,080,306 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 6.15)
• ARL: 551,628 คน-เที่ยว มีผู้ใช้บริการสูงกว่าประมาณการร้อยละ 0.52
• สายสีชมพู: 419,839 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 11.67) (รวมผู้ใช้บริการส่วนต่อขยาย 18,455 คน-เที่ยว
• สายสีเหลือง: 366,941 คน-เที่ยว มีผู้ใช้บริการสูงกว่าประมาณการร้อยละ 2.14
• สายสีม่วง (ฉลองรัชธรรม) : 411,830 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 8.12)
• สายสีแดง: 272,281 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 4.20)
• สายสีทอง: 99,857 คน-เที่ยว มีผู้ใช้บริการสูงกว่าประมาณการร้อยละ 22.22
จากการวิเคราะห์สถิติการเดินทางรายวันของระบบรถไฟฟ้า พบว่า วันศุกร์ที่ 10 เมษายน มียอดผู้ใช้บริการสูงสุด จำนวน 1,447,425 คน-เที่ยว เนื่องจากเป็นวันทำงานสุดท้ายก่อนเริ่มวันหยุดยาว ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ใช้บริการเพื่อเดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานีขนส่งสาธารณะต่างๆ (ท่ารถโดยสารสาธารณะ ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ) ในการเดินทางกลับภูมิลำเนา นอกจากนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือในช่วงวันเฉลิมฉลองและเล่นน้ำสงกรานต์ (ระหว่างวันที่ 12 - 15 เมษายน) ปริมาณผู้ใช้บริการได้กลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถิติเฉลี่ยสูงกว่า 1.1 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน (โดยเฉพาะวันที่ 13 เม.ย. มียอดสูงถึง 1,148,680 คน-เที่ยว) สถิติดังกล่าวสอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เลือกใช้ระบบรถไฟฟ้าเป็นพาหนะหลักในการเดินทางไปยังจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์และพื้นที่เล่นน้ำยอดฮิตต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดและการหาที่จอดรถ สะท้อนให้เห็นว่าระบบรถไฟฟ้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ตอบโจทย์การเดินทางท่องเที่ยวและการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสูงสุด
นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อสรุปภาพรวมด้านความปลอดภัยตลอด 10 วันของการดำเนินแผนฯ พบว่า มีรายงานเหตุระบบรถไฟฟ้าขัดข้องสะสมเพียง 2 ครั้งเท่านั้น (สายสีน้ำเงิน 1 ครั้ง และสายสีแดง 1 ครั้ง) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมความใส่ใจในการบำรุงรักษาและการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินของผู้ให้บริการรถไฟฟ้า ที่สามารถเข้าแก้ไขปัญหาและกลับมาให้บริการได้อย่างรวดเร็ว และในส่วนของการเดินรถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) ได้รับรายงานเหตุอันตรายสะสมรวมจำนวน 8 ครั้ง (ประกอบด้วย รถไฟชนคนที่นอนบนรางรถไฟ 1 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ชนยานพาหนะจอดล้ำเข้าเขตโครงสร้าง 1 ครั้ง และชนสัตว์ 6 ครั้ง) นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานเหตุอื่น ๆ สะสม 13 ครั้ง (ประกอบด้วย ยานพาหนะชนเครื่องกั้น 1 ครั้ง วัสดุกีดขวางบนทางเดินรถ 4 ครั้ง ไฟไหม้ริมทางรถไฟ 4 ครั้ง และเหตุผู้โดยสารเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บบนขบวนรถ 4 ครั้ง โดยมีรายงานผู้โดยสารบาดเจ็บจากการถูกสัตว์เลี้ยงกัด 1 ราย และเหตุหลังคาพังจากพายุฤดูร้อนกีดขวางการเดินรถ)
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ขร. ขอกำชับและเน้นย้ำอย่างจริงจัง ขอให้พี่น้องประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างเคร่งครัด ห้ามจอดรถกีดขวาง หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการลุกล้ำเข้ามาในเขตทางรถไฟโดยเด็ดขาด ขอให้เกษตรกรและชุมชนดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยให้พลัดหลงเข้ามาในแนวราง รวมถึงห้ามนำวัสดุหรือสิ่งกีดขวางใด ๆ มาวางพาดบนราง อันเป็นการกระทำความผิด และขอความร่วมมือขั้นสูงสุดในการงดจุดไฟเผาหญ้าหรือวัชพืชบริเวณริมเขตทางรถไฟ เพราะทุกการฝ่าฝืนหรือละเลยความปลอดภัย ไม่เพียงแต่จะทำให้การเดินรถต้องหยุดชะงัก แต่ยังเสี่ยงต่อการเกิดโศกนาฏกรรมและความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของส่วนรวมอย่างไม่อาจประเมินค่าได้ ตลอดจนขอเตือนย้ำว่า การกระทำใดๆ อันเป็นการกีดขวางการเดินรถขนส่งทางราง ถือเป็นความผิดและมีบทลงโทษทางกฎหมาย
นายพิเชฐ กล่าวว่า ขร. ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการเดินทางด้วยระบบรางเป็นอย่างดี และขอส่งคำขอบคุณและความห่วงใยไปถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ทั้งจากการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าทุกสาย ที่ทุ่มเทเสียสละปฏิบัติหน้าที่ตลอดช่วงวันหยุดยาว โดย ขร. ขอยืนยันความมุ่งมั่นที่จะนำข้อมูลและสถิติทุกมิติจากเทศกาลสงกรานต์ในครั้งนี้ ไปต่อยอดพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานระบบขนส่งทางรางของไทย มุ่งสู่การเป็นระบบขนส่งสาธารณะหลักที่ประชาชนทุกคนไว้วางใจและพึ่งพาได้อย่างแท้จริง








