รวบบัญชีม้าหนีหมายจับคารถไฟ! ตำรวจทางหลวงประจวบฯ บูรณาการ ศูนย์ฯ อาชญากรรมบนขบวนรถไฟ ตามจับหนุ่มตรังหลบหนีกว่า 2 ปี ตร.เตือนขายบัญชีธนาคารเสี่ยงคดีร้ายแรง
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ บูรณาการร่วมกับศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมบนขบวนรถไฟ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมผู้ต้องหาคดีบัญชีม้าตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหินได้สำเร็จ ขณะพยายามโดยสารรถไฟหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ภาคใต้
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดหัวหิน ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ มิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” ได้หลบหนีการจับกุมมาตั้งแต่ปี 2567 และกำลังจะโดยสารรถไฟเดินทางลงภาคใต้
หลังได้รับข้อมูล เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าติดตามและเข้าตรวจสอบขบวนรถเร็วที่ 83 เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์–ตรัง โดยพบชายวัยรุ่นลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งอยู่ภายในตู้โดยสารที่ 4 เมื่อเข้าตรวจสอบเอกสารและข้อมูลส่วนบุคคล พบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวลงจากขบวนรถไฟเพื่อนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้มีรุ่นน้องชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปขาย โดยเข้าใจเพียงว่าจะได้รับเงินมาใช้จ่าย จึงยินยอมเปิดบัญชีและส่งมอบให้กับรุ่นน้องดังกล่าว แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียว กระทั่งภายหลังทราบว่าตนเองถูกออกหมายจับ จึงตัดสินใจหลบหนีเรื่อยมา ก่อนจะมาถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้ในที่สุด
ทั้งนี้ ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ฝากเตือนประชาชนว่า การเปิดบัญชีธนาคารแล้วนำไปขายหรือยินยอมให้ผู้อื่นนำไปใช้ อาจทำให้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาชญากรรมทางการเงินและคดีฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งมีโทษทางกฎหมายร้ายแรง แม้เจ้าของบัญชีจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุโดยตรงก็ตาม จึงไม่ควรรับจ้างเปิดบัญชีหรือขายบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการตกเป็นเครื่องมือของขบวนการมิจฉาชีพและปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมาในอนาคต








