นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดนั้น กระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยระบุว่า เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสายการบินทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะบางกอกแอร์เวย์ส โดยปัจจุบันมีการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันล่วงหน้า (Fuel Hedging) ไว้ประมาณ 30% ในระดับราคา 80-90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยพยุงต้นทุนได้บางส่วนตลอดทั้งปีทำให้ยังสามารถคงต้นทุนในระดับราคาประมาณ 80-90 เหรียญต่อบาร์เรลได้ในช่วงหนึ่ง แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะผันผวนสูงก็ตาม
ทั้งนี้บริษัทประเมินว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนรวม โดยคาดว่าต้นทุนอาจปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15-20% ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน เดิมอยู่ที่ประมาณ 30% ของต้นทุนทั้งหมด และมีแนวโน้มขยับเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ทิศทางราคาน้ำมันยังมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับปัจจัยตลาดและสถานการณ์โลก ซึ่งบริษัทจะติดตามอย่างใกล้ชิด
นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น บริษัทมีความจำเป็นต้องทยอยปรับราคาค่าโดยสารในบางเส้นทาง โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ เบื้องต้นจะปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 15-20% หรือมากกว่าเล็กน้อย โดยเฉพาะเส้นทางยอดนิยมและเส้นทางที่มีต้นทุนการดำเนินงานสูง อาทิ กรุงเทพฯ-สมุย, ภูเก็ต และเชียงใหม่ ซึ่งการปรับขึ้นจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ปรับขึ้นเท่ากันทุกเส้นทาง (Cross the board) แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละเส้นทาง เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้โดยสารมากเกินไป
“บริษัทมีการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และการเก็งกำไรในตลาดโลก ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นในทุกอุตสาหกรรม โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 2-3 เดือน บริษัทอาจต้องทบทวนกลยุทธ์ด้านราคาและการบริหารต้นทุนใหม่” นายพุฒิพงศ์ กล่าว
นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า บริษัทเชื่อว่าสถานการณ์ยังสามารถบริหารจัดการได้ในระยะสั้น โดยจะใช้มาตรการทั้งด้านการตลาดและการควบคุมต้นทุนควบคู่กันไป เพื่อรักษาฐานลูกค้าและความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันยอมรับว่า หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นรุนแรงต่อเนื่อง อาทิ เพิ่มขึ้นอีก 50-60% และทรงตัวในระดับสูง อาจจำเป็นต้องปรับโครงสร้างต้นทุนและรูปแบบการดำเนินธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป







