วันที่ 30 มีนาคม 2569 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงวิกฤตค่าครองชีพและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นในประเทศไทย จากสงครามในพื้นที่ตะวันนออกกลางว่า ปัจจุบันพลังงานมีราคาสูงและขาดแคลน รวมถึงวัตถุดิบต่างๆ ส่วนค่าขนส่งอาจเพิ่มขึ้น 20-25% และราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น 8-10% แน่นอนว่าส่งผลให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น แต่รายได้ของประชาชนยังคงเท่าเดิม ส่วนค่าไฟฟ้า คาดการณ์ว่าค่าไฟรอบถัดไปมีโอกาสขยับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันปล่อยลอยตัวแล้ว เมื่อทุกอย่างราคาแพงขึ้น ผลกระทบอย่างหนักจะตกไปอยู่ที่ประชาชน จึงเสนอภาครัฐออกมาตรการที่ออกแบบมาอย่างดี ตรงจุด และเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก โดยต้องเร่งดำเนินการเนื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงครามที่อาจยืดเยื้อ พร้อมขอให้ช่วยเหลือ SMEs ทั้งการเพิ่มรายได้และสภาพคล่องให้ SMEs เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ ไม่เกิดการเลิกจ้าง
นายนาวา จันทนสุรคน รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า จากต้นทุนราคาพลังงานซึ่งเหล็กใช้น้ำมันเตาเป็นหลักปัจจุบันน้ำมันเตาขึ้นราคา 63% วัถุดิบเศษเหล็กนำเข้าก็ขึ้นราคา รวงถึงค่าขนส่ง ทำให้ผู้ประกอบการเหล็กแบกรับต้นทุนไม่ไหว เตรียมขึ้นราคาในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ 1 รอบ ตามต้นทุนรอบการผลิตเดือนเมษายน และหากราคาน้ำมันเตาและวัตถุดิบยังปรับตัวสูงขึ้น ในเดือนพฤษภาคมก็จะต้องปรับขึ้นราคาอีกครั้ง
ส่วนการการเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ นายเกรียงไกร มองว่า ส.อ.ท. เป็นองค์กรที่มีเกียรติและเป็นที่ยอมรับ 1 ใน 3 องค์กรภาคเอกชนหลัก จึงต้องการให้การได้มาซึ่งคณะกรรมการเป็นไปอย่างถูกต้องตามครรลอง เลือกคนเก่งที่มีแนวคิดก้าวหน้าและเหมาะกับงานไม่อยากให้ใช้ระบบ "โควตา" เหมือนการเมือง แต่อยากให้เน้นที่ความสามารถและความโปร่งใส เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาและเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจ
วันเดียวกันนี้การเลือกตั้งคณะกรรมการฯ ซึ่งเมื่อรวมกับคณะกรรมการที่มาจากการแต่งตั้ง จะได้กรรมการชุดใหม่ จำนวน 372 คน โดยทั้งหมดจะทำหน้าที่ลงมติเลือกประธานคนใหม่ช่วงเดือนเมษายน หลังนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน ส.อ.ท. คนที่ 16 หมดวาระ ซึ่งการชิงตำแหน่ง ประธาน ส.อ.ท.คนที่ 17 ถูกจับตาอย่างเข้มงวด จากเดิมที่มีผู้ลงสมัครชิงตำแหน่ง ประธาน ส.อ.ท. 2 คน คือ นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีสไพพ์ฟิตติ้งอินดัสตรี จำกัด กับ นายชนะ ภูมี รองประธาน ส.อ.ท.ประธานสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน และที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
ก่อนหน้านี้วันที่ 27 มีนาคม นายชนะ ได้ประกาศถอนตัว พร้อมยืนยัน การตัดสินใจถอนตัวไม่ได้เกิดจากการยอมรับข้อกล่าวหาใดๆ แต่เป็นการตัดสินใจบนหลักการ เพื่อปกป้ององค์กร และไม่ให้สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อส่วนรวมมากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดทางให้นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และซอฟต์พาวเวอร์ และกรรมการบริหาร กลุ่มสิทธิผล ลงสมัครแทน








