วันที่ 27 มีนาคม 2569 นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด และคณะกรรมการส่วนจังหวัด (กจร.) ลงพื้นที่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิดทุกวัน เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควรและการกักตุนสินค้า
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1–26 มีนาคม 2569 มีเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 รวม 410 เรื่อง โดยตรวจสอบแล้ว 187 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการกว่า 200 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นกรณีร้องเรียนจำหน่ายสินค้า “ราคาเกินสมควร” 44 เรื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เรียกเอกสารต้นทุนจากผู้ประกอบการเพื่อตรวจสอบ หากพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระทรวงพาณิชย์จึงออกมาตรการดูแลค่าครองชีพและลดภาระต้นทุนให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้บริโภค
มาตรการสำคัญประกอบด้วย โครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และซัพพลายเออร์ คัดเลือกสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในราคาพิเศษ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และกระดาษชำระ ลดสูงสุด 50% และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ลดสูงสุด 25% โดยเน้นสินค้า House Brand และแบรนด์ทางเลือกเพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าราคาประหยัดให้ประชาชน
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าขยาย “โครงการธงฟ้าราคาประหยัด” เพิ่มจุดจำหน่ายทั่วประเทศ ครอบคลุมระดับจังหวัด อำเภอ และชุมชน พร้อมเชื่อมโยงกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และจัดทำปฏิทินแจ้งกำหนดการล่วงหน้า
สำหรับภาคเกษตร กระทรวงเตรียมดำเนินโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” เพื่อลดต้นทุน โดยสนับสนุนส่วนลดค่าปุ๋ยเคมี พร้อมให้สิทธิพิเศษแก่เกษตรกรที่มีบัตรดินดีจากกรมพัฒนาที่ดิน
นอกจากนี้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีมติยกระดับมาตรการควบคุมราคา โดยเตรียมเพิ่มรายการสินค้าควบคุมจาก 59 เป็น 66 รายการ และเสนอสินค้าควบคุมใหม่ เช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส รวมถึงเตรียมพิจารณาสินค้าเพิ่มเติม เช่น กากถั่วเหลือง
พร้อมกันนี้ ยังปรับเพิ่มกลุ่มสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคาจาก 8 เป็น 15 รายการ ได้แก่ กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่ และน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ขณะที่สินค้าบางรายการ เช่น ไข่ไก่ น้ำตาลทราย ยา และเวชภัณฑ์ อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจยกระดับมาตรการในระยะต่อไป
กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า จะใช้ทุกกลไกในการดูแลราคาสินค้าอย่างสมดุล พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรมได้ที่สายด่วน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง







