บอย อินชัวร์
ถ้าพูดถึงอาสาสมัครประกันภัยเป็นโครงการแรกเริ่มจัดให้มีขึ้นในสมัยดร.สุทธิพล ทวีชัยการ ดำรงคำแหน่งลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เริ่มต้นได้เปิดการอบรมความรู้ด้านการประกันภัยให้แก่อาสาสมัครประกันภัย เพื่อให้อาสาสมัครประกันภัยมีองค์ความรู้ด้านการประกันภัย การบริหารจัดการความเสี่ยงภัย รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความรู้ข้อคิดเห็นต่างๆ เพื่อให้อาสาสมัครประกันภัยสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้และช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาสาสมัครประกันภัยที่สำเร็จการอบรมในหลักสูตรนี้ จะได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันชีวิตและการประกันวินาศภัย และการประกันภัยสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์) รวมทั้งได้ทราบถึงความสำคัญและประโยชน์ของการประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 และรู้จักบทบาทหน้าที่ของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ กองทุนประกันชีวิต และกองทุนประกันวินาศภัย ปัจจุบันมีอาสาสมัครประกันภัยที่ผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียนแล้วทั้งสิ้นหลายหมื่นคนทั่วประเทศ จนถึงทุกวันนี้ได้มีการสร้างและขยายเครือข่ายอาสาสมัครประกันภัยรองรับการเติบโตและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไปไม่น้อยเลย และที่สำคัญนับเป็นนวัตกรรมและเครื่องมือกลไกหนึ่งของภาครัฐที่ได้ช่วยผลักดันให้ธุรกิจประกันภับในแต่ละปีก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากทีเดียว
ทว่า ล่าสุดสำนักงานคปภ. ได้ผุดอีกโครงการดีๆด้วยการจับมือกับภาคเอกชน 4 สมาคมประกันภัยพลิกโฉมหน้าใหม่ต่อยอดไปจากอาสาสมัครประกันภัย โดยระดมความเห็นขับเคลื่อน “ครูประกันภัยจิตอาสา”ซึ่งนับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมและESG ประกันก็ว่าได้ โดยได้เคาะนำร่อง 5 โรงเรียน ทั้งนี้โครงการดังกล่าวก็สืบเนื่องโดยสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และสมาคมนายหน้าประกันภัยไทยได้เห็นชอบโครงการ “ครูประกันภัยจิตอาสา” ประจำปี 2569 โดยกำหนดโรงเรียนระดับประถมศึกษานำร่อง 5 แห่งในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ครอบคลุมจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดลพบุรี จังหวัดตรัง และจังหวัดราชบุรี
พูดถึงสาระสำคัญของโครงการ “ครูประกันภัยจิตอาสา”นี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยไทยรวมพลังกัน เพื่อส่งต่อความรู้ให้กับน้อง ๆ ในวิชาที่เป็นทักษะพื้นฐานการเรียนของเด็ก ๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยสายส่งเสริมและกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. จะอัปเดตความคืบหน้าการลงพื้นที่ทั้ง 5 โรงเรียน ทั้งภาพบรรยากาศการสอน ผลลัพธ์ที่วัดได้ และเสียงสะท้อนจากนักเรียนในพื้นที่จริง .
โดยผู้ที่สนใจติดตามพัฒนาการของโครงการสามารถติดตามได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ สำนักงาน คปภ. และสมาคมภาคีทั้ง 4 แห่ง “เพราะการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนเล็ก ๆ ที่ห่างไกล อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการศึกษาไทยที่ยั่งยืนกว่าที่เคย
ความเป็นมาเรื่องนี้ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า โครงการนี้สืบเนื่องจากได้มีการประกาศเจตนารมย์ร่วมกันจากการประชุม OIC MEET CEO เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อระดมศักยภาพบุคลากรในภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อทำหน้าที่เป็น “ครู” ให้ความรู้กับน้อง ๆ ระดับประถมศึกษา รวมถึงลงพื้นที่สนับสนุนการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนที่ขาดแคลน โดยผ่านการคัดกรองจากโรงเรียนเบื้องต้นกว่า 69 แห่งทั่วประเทศ
โครงการแบ่งรูปแบบการขับเคลื่อนออกเป็น 2 ลักษณะ ตามบริบทของแต่ละโรงเรียน สำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนรู้ 3 แห่ง หน่วยงานภาคีจะส่งบุคลากรลงพื้นที่สอนเสริมนอกเวลาและมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการศึกษาด้วย ส่วนโรงเรียนที่ขาดแคลนครูวิชาชีพอีก 2 แห่ง กลุ่มภาคีจะสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ด้านภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นความถนัดและเป็นพื้นฐานของบุคลากรในธุรกิจประกันภัย พร้อมสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการจ้างครูในพื้นที่เป็นผู้สอนและถ่ายทอดความรู้แก่น้อง ๆ นอกจากนั้นก็เป็นการสนับสนุนการจ้างงานในพื้นที่ด้วย
โครงการ “ครูประกันภัยจิตอาสา” ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคอุตสาหกรรมประกันภัยไทยรวมพลังกัน เพื่อส่งต่อความรู้ให้กับน้อง ๆ ในวิชาที่เป็นทักษะพื้นฐานการเรียนของเด็ก ๆ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป สายส่งเสริมและกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. จะอัปเดตความคืบหน้าการลงพื้นที่ทั้ง 5 โรงเรียน ทั้งภาพบรรยากาศการสอน ผลลัพธ์ที่วัดได้ และเสียงสะท้อนจากนักเรียนในพื้นที่จริง ผู้ที่สนใจติดตามพัฒนาการของโครงการสามารถติดตามได้ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ สำนักงาน คปภ. และสมาคมภาคีทั้ง 4 แห่ง “เพราะการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนเล็ก ๆ ที่ห่างไกล อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับการศึกษาไทยที่ยั่งยืนกว่าที่เคย”








