บอย อินชัวร์
หลังเป็นประเด็นดรามาในสังคมออนไลน์มานานร่วมปี สำหรับการเข็นกฏเหล็กในเรื่องของหลักเกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ. )โดยเริ่มออกมานับแต่ปี 2568 และเป็นประเด็นทอลค์ออฟเดอะทาวน์กันมากสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนที่ทำประกันรถยนต์ทั้งในมุมมองแง่บวกและมุมมองด้านลบทั้งสองฟากฝั่งตลอดปีที่ผ่านมา
กระทั่งมีการนำประเด็นเผือกร้อนนี้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง ตามคดีหมายเลข 1574/2568 เพื่อโต้แย้งข้อกำหนดของ คปภ. ที่อาจไม่เป็นธรรม แม้ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยระหว่างนั้นสำนักงานคปภ. ได้อนุญาตให้บริษัทประกันบางแห่งขายแบบ "ไม่ระบุชื่อ" ได้ชั่วคราวไปก่อนในช่วงระหว่างเดือน พ.ย. 68 - พ.ย. 69
จนกระทั่งรถใหม่มามีผลบังคับใข้จริงจังวันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นมา สำหรับใช้บังคับกับรถทุกคัน โดยต้องระบุชื่อผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลสำหรบรถที่จะทำประกันได้สูงสุด 5 คนต่อกรมธรรม์ เพื่อเชื่อมโยงพฤติกรรมการขับขี่จริง หากระบุชื่อจะได้รับส่วนลดประวัติที่ดี แต่หากคนขับไม่อยู่ในรายชื่อแล้วเป็นฝ่ายผิด ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก โดยรถคันหนึ่งที่ทำแระกันสามารถระบุชื่อได้ 1–5 คน โดยจะระบุชื่อในกรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้าย
ในกรณีฉุกเฉินหากจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นขับรถที่ไม่ได้ระบุชื่อนั้นก็ยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไข แต่หากเป็นฝ่ายผิดต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) คือ 2,000 บาท สำหรับทรัพย์สินคู่กรณี และ 6,000 บาท สำหรับรถตัวเองที่ทำประกัน
ทั้งนี้กรมธรรม์ส่วนใหญ่จะยังคงเปิดให้เลือกแบบ "ไม่ระบุชื่อ" ได้ แต่เบี้ยประกันอาจสูงกว่าเนื่องจากไม่ได้ส่วนลดประวัติผู้ขับขี่
สำหรับสาระสำคัญในคำสั่งนายทะเบียนของสำนักงานคปภ.ให้เริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ระบุว่าการทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ไม่ว่าการประกันรถชั้น 1, 2+, 3+, 3 แบบใช้งานส่วนบุคคลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรถสันดาปหรือรถไฟฟ้า ต้องปรับมาเป็นกรมธรรม์แบบระบุผู้ขับขี่
สำหรับตัวอย่างรถยนต์ใช้งานส่วนบุคคลที่ต้องบังคับระบุผู้ขับขี่ ได้แก่รหัส 110 รถยนต์นั่ง ใช้งานส่วนบุคคล รวมถึงรถประจำตำแหน่ง หรือรหัส 210 รถยนต์โดยสาร ใช้งานส่วนบุคคล และรหัส 610 รถจักรยานยนต์ ที่ใช้งานส่วนบุคคล ส่วนรถนอกเหนือจากการใช้งานส่วนบุคคล เช่น ใช้งานเชิงพาณิชย์ ใช้งานรับจ้างสาธารณะ ยังไม่ต้องระบุผู้ขับขี่ อาทิเช่น รถรับจ้าง, รถยนต์บรรทุก, รถแท็กซี่ เป็นต้น
และแล้วสถานการณ์ความคืบหน้าล่าสุด สำนักงานคปภ. ได้ชี้มาตรการระบุชื่อผู้ขับขี่ช่วยลดภาระเบี้ยประกัน โดยศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 (กรณีระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน) ของสำนักงาน คปภ. หลังพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เนื่องจากผู้เอาประกันภัยยังคงสามารถเลือกทำประกันภัยรถยนต์ได้ทั้งแบบระบุชื่อและไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่สืบเนื่องจากประเด็นเกี่ยวกับคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 กำหนดให้กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 5 คน จากเดิมที่กำหนดไว้เพียง 2 คน แต่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว โดยเห็นว่าเป็นการจำกัดสิทธิบุคคลในการทำสัญญา และยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งนายทะเบียนไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษานั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่ง โดยพิจารณาว่าคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าวได้ให้ความเห็นชอบพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน ควบคู่กับแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่แก่บริษัทประกันภัยจำนวน 31 แห่ง ส่งผลให้บุคคลสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์ได้ทั้งแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน หรือแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่
กรณีดังกล่าวจึงยังไม่มีเหตุอันสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับใช้คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 สำนักงาน คปภ. ขอเรียนว่า คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 มิได้มีเจตนาบังคับให้ผู้เอาประกันภัยต้องเลือกทำประกันแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ 5 คน เท่านั้น แต่เป็นการ “เพิ่มสิทธิ” ให้กับประชาชนที่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีจะสามารถได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ในอัตราที่เหมาะสมและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ขณะเดียวกันมาตรการดังกล่าวยังออกแบบให้มี ความยืดหยุ่น โดยแม้กรมธรรม์จะระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นใช้รถผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับ ความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ หากอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากความประมาทของบุคคลที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้แนวทางดังกล่าวสะท้อนการกำกับดูแลที่พยายามเชื่อมโยงเบี้ยประกันกับพฤติกรรมการใช้รถจริง ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เบี้ยประกันมีความเป็นธรรมมากขึ้น แต่ยังเป็นกลไกหนึ่งในการส่งเสริมวินัยจราจรและลดอุบัติเหตุในระยะยาว
#คปภ #ประกันรถยนต์ #ระบุผู้ขับขี่ #ศาลปกครอง #ข่าวเศรษฐกิจ #นวัตกรรมประกันภัย #siamrathonline







