กระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่า สถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น สร้างความกังวลแก่ผู้ประกอบการและประชาชน แต่เนื่องด้วยมาตรการควบคุมราคาพลังงาน ที่กระทรวงพลังงานได้กล่าวแล้ว ทำให้ผลกระทบที่มาถึงราคาสินค้ายังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ แต่อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงพาณิชย์ได้มีการออกมาตรการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลทั้งผู้ประกอบการและประชาชนควบคู่กันไป ดังนี้
1. มาตรการดูแลค่าครองชีพ
1.1. มาตรการดูแลค่าครองชีพ โดยเฉพาะสินค้าควบคุม ที่แบ่งเป็น 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่
1.1.1. ห้ามปรับราคา
1.1.2. หากจะปรับขึ้น ต้องแจ้งกรมการค้าภายใน
1.1.3. ติดตามราคาจำหน่าย
1.1.4. ออกตรวจเพื่อป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาและกักตุนสินค้า
1.1.5. ทบทวนรายการสินค้าควบคุมเพิ่มเติม ผ่านคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ปี 2542 โดยมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน
1.2. สินค้าใช้ประจำวัน
• เพื่อเป็นการบรรเทาภาระเพิ่มเติม ร่วมมือกับผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ ทำราคาพิเศษให้ผู้ค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศ ให้มีสินค้าราคาพิเศษ
• บางพื้นที่จะมีการจัดกิจกรรมธงฟ้า เพื่อช่วยเยียวยาประชาชนโดยตรง
1.3. ดังนั้นได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทำงานภายใต้กลไกคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและการกักตุน
2. มาตรการลดต้นทุน
2.1. ปุ๋ย มีสต๊อกในประเทศถึงเดือนพฤษภาคม และอยู่ระหว่างรอขนส่ง เนื่องจากติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง จึงได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศช่วยเร่งเจรจา เพื่อให้ขนส่งกลับมาได้ ซึ่งจะมาเติมสต๊อกถึงเดือนสิงหาคม เพราะฉะนั้นยังควบคุมราคาปุ๋ยได้
2.2. เมื่อมีการปรับราคาเนื่องจากโครงสร้างราคามีผลกระทบจากวัตถุดิบที่พึ่งพาการนำเข้า
• มีมาตรการช่วยสนับสนุนลดค่าปุ๋ย ขยายขอบเขตของโครงการปุ๋ยธงเขียว ให้ครอบคลุมถึงช่วงเกษตรกรที่มีความต้องการ เช่น ในช่วง พ.ค. จะมีข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง
• รวมถึงสนับสนุนให้เกษตรกรปรับสูตรปุ๋ยที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าน้อยลง และใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มขึ้น เพื่อคุณภาพของดินและประโยชน์ในระยะยาว
2.3. มีการเร่งหาแหล่งวัตุดิบทดแทน
3. เม็ดพลาสติกที่จะนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารที่มีความกังวล จากการหารือกับผู้ประกอบการสามารถจัดหาวัตถุดิบมาเพิ่มเติมและจะมีสต็อกอย่างน้อย 4 เดือน “ส่วนเรื่องผลกระทบต่อราคา ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขยับราคา”
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ราคาสินค้าควบคุมและราคาภายในประเทศ ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ และสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีปริมาณเพียงพอ และกระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือประชาชน สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ








