วันที่ 21 มกราคม 2569 นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้แทนจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย บริษัท ขนส่ง จํากัด องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารไทย บริษัท ไทย สมายล์ บัส จํากัด บริษัท นครชัยทัวร์ จํากัด บริษัท นครชัยแอร์ จํากัด บริษัท 407 พัฒนา จํากัด บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จํากัด บริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมเพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับมาตรการกำหนดชั่วโมงการทำงานของพนักงานขับรถ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการเพื่อหาแนวทางร่วมกัน ในการพัฒนากฎระเบียบ และการบังคับใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคม โดยกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งได้สะท้อนปัญหาและข้อจำกัดในการปฏิบัติตามกฎหมายที่สำคัญ ได้แก่ การนับเวลาเริ่มต้นการทำงานเนื่องจากรถโดยสารจำเป็นต้องมีระยะเวลาในการรอผู้โดยสาร การนับเวลาพักรวมให้สามารถพักย่อยได้โดยรวม 1 วัน ไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง ปรับกฎหมายแรงงานให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถ ขอแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวให้สามารถปฏิบัติตามได้ การขอเพิ่มชั่วโมงการทำงานเมื่อมีพนักงานขับรถ 2 คน ให้สามารถขับรถรวมได้ 24 ชั่วโมง จากรวมแล้วต่อวันไม่เกินคนละ 10 ชั่วโมงรวม 2 คนไม่เกิน 20 ชั่วโมง ปัญหารถโดยสารไม่ประจำทาง (รถเช่าเหมา) ให้ปรับจากชั่วโมงการทำงาน เป็นสะสมชั่วโมงการทำงาน ให้ผู้ประกอบการจัดทำแผนการเดินรถและจุดจอดให้สอดคล้องกับการขับรถและระยะทางในการขับที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย โดยให้ใช้ระบบ GPS เข้ามาช่วยควบคุมการเดินทางให้ตรงกับแผน
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกพิจารณาตั้งคณะทำงานศึกษาพิจารณาการกำหนดชั่วโมงทำงาน โดยให้คณะทำงานหาแนวทางในการปฏิบัติ ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 รวมถึงหาแนวทางขั้นตอนการปฏิบัติในการทำงานของพนักงานขับรถ พิจารณาศึกษาหาแนวทางการติดตั้งเครื่องตรวจจับการง่วงนอนในพนักงานขับรถแจ้งเตือนผู้ประกอบการทันที ศึกษาการติดตั้งกล้องหน้ารถ และกล้องบันทึกพฤติกรรมพนักงานขับรถ เพื่อควบคุมพฤติกรรมการขับรถตลอดการขับรถ โดยต้องสอดคล้องกับบริบท และความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีเป้าหมายสำคัญสูงสุดในการลดอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตบนท้องถนน โดยเฉพาะสาเหตุที่เกิดจากความเหนื่อยล้าและการหลับในของผู้ขับขี่
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า กรมการขนส่งทางบกได้รับทราบถึงปัญหาและข้อจำกัดในทางปฏิบัติจริงพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ และจะดำเนินการไปศึกษาข้อมูลร่วมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อที่จะนำไปสู่การเจรจาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางมาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเบื้องต้นเน้นการตักเตือน สร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจ หากผู้ขับขี่หรือผู้ประกอบการมีเหตุผลความจำเป็น เช่น สภาพการจราจรติดขัด หรือไม่มีจุดจอดพักรถ เป็นต้น เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่และการพักผ่อนให้เหมาะสมเป็นสำคัญ








