นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินการตามนโยบายภายใต้การกำกับดูแลของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้เน้นย้ำในเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับในส่วนของพื้นที่ภาคกลางนั้น ทช. มีอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ คือ โครงการก่อสร้างทางต่างระดับบนถนนทางหลวงชนบทสาย ชน.1014 ข้าม ทล.32 อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท 1 แห่ง โดยหลังจากที่ได้รับทราบถึงปัญหาในการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบล ในอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการคมนาคมบริเวณจุดข้าม ทล.32 บริเวณช่วง กม.ที่ 145 + กม.ที่ 146 ซึ่งตัดกับถนนทางหลวงชนบทสาย ชน.1014 และ ชน.4024 เนื่องจากบริเวณนี้มีการจราจรเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การเดินทางเป็นไปด้วยความล่าช้า และมีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทช. จึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปเมื่อช่วงปลายปี 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ยกระดับการเดินทางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการขนส่งของพื้นที่ภาคกลางตอนบนอย่างยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 20 เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างเสาเข็มเจาะ เสาเข็มตอก ฐานราก ตอม่อ การขึ้นชั้นพื้นทางหินคลุก และผลิตพื้นสะพานรูปกล่องสำเร็จรูป โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2571 ต่อไป
โครงการฯ ดังกล่าว เป็นการก่อสร้างสะพานคานอัดแรงรูปกล่องหล่อสำเร็จ ความยาวรวม 399 เมตร ถนนเชิงลาด โดยสะพานจะรองรับการจราจรของรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน 2 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร และไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ปูผิวจราจรด้วยแอสฟัลต์คอนกรีตชนิด Polymer Modified Asphalt (PMA) มีถนนต่อเชื่อมความยาวรวม 1.450 กิโลเมตร ผิวจราจรคอนกรีตหนา 0.25 เมตร รองรับการจราจรของรถบรรทุกขนาดใหญ่ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 299.880 ล้านบาท นอกจากนี้ ทช. ยังได้ให้ความสำคัญในการนำประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการก่อสร้างฯ ซึ่งก่อนดำเนินโครงการฯ ได้จัดประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน พร้อมทั้งได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่าง ทช. ผู้รับจ้าง และผู้แทนประชาชนไปแล้ว ซึ่งได้มีการนำเสนอความเป็นมา ลักษณะของโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นจากผู้นำชุมชน ประชาชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ จะมีการจัดประชุมในช่วงระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และภายหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จตามลำดับ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุดต่อไป








