ป.ป.ส. เดินหน้าขยายผลคดีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทย ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศ พร้อมเปิดเผยพฤติกรรมของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ใช้วิธีซุกซ่อนยาในเนื้อผ้ากระเป๋าถืออย่างแนบเนียน และเร่งติดตามตัวผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตารชื่อ "Rose" ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ติดต่อว่าจ้างให้รับหิ้วสินค้า
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย กรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทยถูกจับกุมในข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีนเข้าสู่ออสเตรเลีย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลเพื่อติดตามเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังในประเทศไทย
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณคอนโดมิเนียมของผู้ต้องหาในกรุงเทพฯ พบว่าเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา มีรถโดยสารสาธารณะนำกล่องพัสดุมาส่งไว้ที่นิติบุคคลของอาคาร ก่อนที่ผู้ต้องหาจะมารับกล่องดังกล่าวขึ้นไปยังห้องพัก
ผลการตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้นยืนยันว่า ของกลางเป็น เฮโรอีน น้ำหนักสุทธิประมาณ 900 กรัม โดยขบวนการใช้วิธีซุกซ่อนอย่างแนบเนียน ด้วยการซีลยาเสพติดฝังไว้ภายในเนื้อผ้าของกระเป๋าถือ ซึ่งจากกระเป๋าทั้งหมด 12 ใบ พบว่ามี 2 ใบที่ซุกซ่อนเฮโรอีนไว้
จากการสอบปากคำแฟนหนุ่มของผู้ต้องหา ยอมรับว่าทราบเรื่องการรับจ้างหิ้วสินค้าไปต่างประเทศ โดยทั้งคู่ได้เปิดกล่องพัสดุและตรวจสอบกระเป๋าบางใบแล้ว แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ เนื่องจากยาเสพติดถูกซ่อนอยู่ภายในชั้นเนื้อผ้าของกระเป๋า
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับการสอบสวนของสำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่า ได้รับการติดต่อผ่านบัญชีเฟซบุ๊กอวตารชื่อ "Rose" ที่โพสต์หาผู้มีน้ำหนักสัมภาระเหลือประมาณ 20 กิโลกรัม เพื่อช่วยนำสินค้าโอทอปไปส่งลูกค้าที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเสนอค่าตอบแทน 8,800 บาท
แม้ผู้ต้องหาจะตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของผู้ว่าจ้าง แต่ด้วยการสร้างความน่าเชื่อถือจากต้นทาง รวมทั้งต้องการหารายได้เสริม จึงตัดสินใจรับงานดังกล่าว ทั้งนี้ จากการตรวจค้นห้องพักและตรวจสอบเส้นทางการเงิน ยังไม่พบทรัพย์สินหรือรายได้ผิดปกติที่เชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด
ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านพักของครอบครัวผู้ต้องหาที่จังหวัดพะเยา พบว่าครอบครัวมีอาชีพเกษตรกรรมตามปกติ ไม่พบทรัพย์สินผิดสังเกต ขณะที่ข้อมูลการสอบสวนระบุว่า ผู้ต้องหามีภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน ทั้งการส่งเงินช่วยเหลือครอบครัว ค่างวดรถยนต์ และหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้รับงานดังกล่าว
ส่วนการดำเนินคดีในประเทศออสเตรเลีย ป.ป.ส. ได้ประสานสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลไทย เพื่อดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหา โดยคาดว่าทางการออสเตรเลียจะใช้เวลาพิจารณาพยานหลักฐานอีกประมาณ 4 สัปดาห์ ก่อนพิจารณาสั่งฟ้อง ขณะที่ผู้ต้องหามีกำหนดขึ้นศาลในวันที่ 14 กันยายน 2569
เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติได้เปลี่ยนรูปแบบการลักลอบ จากเดิมที่ใช้วิธีซุกซ่อนยาในร่างกาย มาเป็นการซ่อนในพัสดุหรือสัมภาระ และมุ่งเป้าหมายไปยังผู้เดินทาง รวมถึงลูกเรือสายการบินที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยในปี 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคดีลักลอบส่งยาเสพติดไปต่างประเทศได้แล้ว 14 คดี และตรวจพบการลักลอบส่งผ่านระบบพัสดุอีก 71 ครั้ง ซึ่งมีประเทศออสเตรเลียเป็นปลายทางสำคัญ
นอกจากนี้ ป.ป.ส. ยังขอให้คนขับรถโดยสารสาธารณะที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นผู้นำพัสดุมาส่งยังคอนโดมิเนียมของผู้ต้องหา รีบเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อให้ข้อมูลและแสดงความบริสุทธิ์ใจ เนื่องจากอาจเป็นพยานสำคัญในการขยายผลติดตามตัวผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก "Rose" และเครือข่ายผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง
#แอร์โฮสเตส #CabinCrew #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #เฮโรอีน #ยาเสพติด #ขนยาเสพติด #ปปส #สำนักงานปปส #ออสเตรเลีย #ตำรวจออสเตรเลีย #AFP #คดีดัง #คดีแอร์โฮสเตส #Rose #เฟซบุ๊กอวตาร #รับหิ้วของ #รับหิ้วสินค้า #เตือนภัย #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวล่าสุด #ข่าวประเทศไทย #BreakingNews #ThailandNews #ล่าเครือข่ายยาเสพติด #ค้ายาข้ามชาติ #สนามบิน #สายการบิน #ลูกเรือ #ขยายผล #กล้องวงจรปิด #พัสดุปริศนา #เครือข่ายข้ามชาติ #กยศ #รายได้เสริม #ข่าวสังคม #เตือนภัยออนไลน์ #อุทาหรณ์ #อย่ารับหิ้วของ #ข่าวไวรัล








