เสือตัวที่ 6
การก่อการร้าย คือการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ทั้งการทำร้ายผู้บริสุทธิ์อย่างไร้ความเป็นมนุษย์ด้วยความโหดร้ายเยี่ยงอาชญากรร้ายแรงโดยไม่เลือกเพศ วัย หรือคนพิการ เพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน และบรรลุเป้าหมายทางการเมืองหรือศาสนา รวมทั้งกระทำการถ่วงรั้งความเจริญหรือความผาสุกของคนในพื้นที่ ตลอดจนทำลายสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป ทั้งนี้ กลุ่มขบวนการก่อการร้ายจะนิยมใช้ความรุนแรงด้วยการเข่นฆ่าผู้คนเป้าหมายอย่างโหดเหี้ยม โดยไม่สนใจต่อผลกระทบหรือลูกหลงที่จะเกิดกับผู้ที่ไม่ใช่เป้าหมายในการก่อการร้ายก็ตาม
ซึ่งการกระทำการร้ายเหล่านั้นจะส่งผลให้คนในพื้นที่ก่อการร้ายเกิดความหวาดกลัว และไม่กล้าให้ความร่วมมือใด ๆ กับรัฐในการบังคับใช้กฎหมายของรัฐเพื่อนำความสงบสุขมาสู่คนในพื้นที่แม้แต่น้อย ด้วยการก่อการร้ายไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ เป็นอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงในวงกว้าง คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างผิดกฎหมาย ทำลายเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่อันเป็นปกติสุขของคนในพื้นที่ให้พินาศย่อยยับลง การกระทำเยี่ยงการก่อการร้ายจึงเป็นการกระทำอาชญากรรมร้ายแรงที่ทุกรัฐจะต้องทุ่มเททุกองคาพยพของรัฐทั้งมวลเข้าต่อต้าน ทำลาย เพื่อกำจัดกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้โดยเร็ว
กลุ่มขบวนการก่อการร้ายปฏิบัติการทำลายโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตของคนในพื้นที่ด้วยการวางระเบิดสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ปลายด้ามขวาน เป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน อาทิ 11 ม.ค. 2569 วางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันป่วนเมืองครั้งใหญ่พร้อมกันถึง 11 จุด ในพื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และต่อมาเมื่อ 28 มิ.ย. 2569 วางระเบิดปั๊มน้ำมัน PT โดยคนร้ายได้ก่อเหตุพร้อมกันรวม 3 จุด ในพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี การก่อการร้ายเหล่านั้นนอกจากสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อสถานีบริการน้ำมันแล้ว ยังส่งสัญญาณให้รัฐรับรู้ว่าขบวนการก่อการร้ายเหล่านี้มีศักยภาพมากพอที่จะต่อสู้กับรัฐ บ่งบอกว่าพวกเขากำลังท้าทายอำนาจการปกครองของรัฐอย่างชัดเจน ทั้งยังชี้ให้เห็นว่ารัฐไม่สามารถปกป้องคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ได้ อันจะเป็นแรงหนุนกลับให้คนในพื้นที่มีความรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับฝ่ายโจรก่อการร้ายมากกว่ารัฐ ซึ่งความร่วมมือและการสนับสนุนการต่อสู้ใด ๆ จากมวลชนในพื้นที่จะเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อชัยชนะในสงครามครั้งนี้
กลุ่มก่อการร้ายปฏิบัติการท้าทายอำนาจรัฐด้วยการคาร์บอมบ์บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตันหยง อำเภอเมือง จ.นราธิวาส เมื่อค่ำวันที่ 21 ก.ย. 2569 โดยคนร้ายใช้รถยนต์ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 70 กก. เข็นไหลเข้าไปจอดภายในบริเวณพื้นที่ สภ. ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง จนทำให้ทรัพย์สินและอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก นับเป็นการก่อการร้ายที่มีความเหิมเกริมยิ่ง ด้วยการก่อวินาศกรรมต่อสถานที่ของทางราชการที่ใช้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติการรักษากฎหมายของบ้านเมืองในเขตพื้นที่อำเภอเมือง ของ จ.นราธิวาส ทั้งกลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ยังสามารถหลบหนีไปได้อย่างเหลือเชื่อ บ่งบอกได้ว่า กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ปฏิบัติการอย่างเป็นขบวนการ มีการลักลอบนำวัสดุประกอบเป็นระเบิด การลักลอบนำดินระเบิดจากแหล่งอุตสาหกรรมในพื้นที่มาใช้ทำระเบิด การนำรถยนต์ที่อำพรางเจ้าของรถด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การที่เจ้าของรถตามทะเบียนเข้าแจ้งความไว้ก่อนโดยอ้างว่าถูกขโมยไป การนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบแล้วไปติดตั้งในสถานที่ที่ปิดลับจนหน่วยงานรัฐไม่อาจล่วงรู้ได้ การฝึกฝนกลุ่มคนที่จะนำรถยนต์ระเบิดคันนั้นไปยังเป้าหมายและฝึกสอนวิธีการจุดระเบิด รวมทั้งกระบวนการช่วยเหลือกลุ่มก่อการร้ายหลบหนีและซ่อนตัวตลอดจนให้การสนับสนุนการกินการอยู่ในที่ซ่อนหลังก่อการร้ายสำเร็จ เหล่านี้คือขบวนการของกลุ่มคนร้ายที่กระทำการอย่างผู้ก่อการร้ายมืออาชีพ
การที่รัฐไม่นำพาต่อการกระทำเยี่ยงผู้ก่อการร้ายที่ผ่านมาครั้งแล้วครั้งเล่าหลายสิบปี โดยที่รัฐไม่สามารถกำจัดหรือทำลายกลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยกลุ่มผู้ก่อการร้ายมีการวางแผน การซ่องสุมเตรียมคนด้วยการฝึกฝนใช้อาวุธ ปฏิบัติการร้ายที่สำเร็จตามแผนทุกครั้ง จนกระทั่งหลบหนีไปได้อย่างลอยนวลได้ทุกครั้ง จึงทำให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายเหล่านี้มีความเหิมเกริมมากขึ้น ๆ จนผู้ก่อการร้ายจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน พร้อมอาวุธสงคราม เหิมเกริมเข้าลอบกัดโจมตีเจ้าหน้าที่ทหาร ด่านตรวจบูเก๊ะซามี ในพื้นที่หมู่ 7 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อ 22 ก.ย. 2569 ส่งผลให้ทหารพรานที่ 45 เสียชีวิตไปมากถึง 5 นาย และมีประชาชนในพื้นที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุไม่ถึง 10 ขวบรวมอยู่ด้วยถึง 2 คน เหตุการณ์นี้บ่งชี้ว่ารัฐยังไม่กล้ายอมรับความจริงที่ว่า คนในขบวนการร้ายกลุ่มนี้สร้างเสริมศักยภาพการต่อสู้เพื่อช่วงชิงอำนาจรัฐขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบ จนเข้าขั้นเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความร้ายแรงถึงขีดสุด
การฝึกฝนคนให้มีความสามารถใช้อาวุธและวัตถุระเบิดได้อย่างชำนิชำนาญเยี่ยงนี้ไม่อาจทำได้เพียงเวลาอันน้อยนิด การปฏิบัติการร้ายที่มีการเข้าก่อการโจมตีทหารด้วยรถยนต์กระบะติดอาวุธสงครามเต็มอัตราศึก ปิดหัวและปิดท้ายด้วยรถจักรยานยนต์ในช่วงเวลากลางวันแสก ๆ โดยเคลื่อนผ่านมาบนถนนใหญ่ที่ผ่านหูผ่านตาเจ้าหน้าที่รัฐมาได้อย่างอัศจรรย์ยิ่ง ทั้งนี้ ผู้ก่อการร้ายกลุ่มนี้ปฏิบัติการอย่างมียุทธวิธีที่มีการฝึกฝนการโจมตีอย่างชำนาญเยี่ยงมืออาชีพ ใช้เวลาฆ่าคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารติดอาวุธ จำนวนมากถึง 5 คน ด้วยเวลาไม่ถึง 3 นาที พร้อมชิงอาวุธ กระสุน เสื้อเกราะกันกระสุน วิทยุสื่อสารของทหารเหล่านี้หลบหนีไปได้อย่างลอยนวล การกระทำในลักษณะนี้จึงไม่มีข้อกังขาใด ๆ ที่เข้าเงื่อนไขผู้ก่อการร้ายอย่างชัดเจนยิ่ง ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐในการเร่งกำจัดผู้ก่อการร้ายอย่างเด็ดขาดให้สิ้นซากโดยเร็ว








