เสือตัวที่ 6
กลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ชื่อ BRN มุ่งความพยายามปฏิบัติการสร้างความเสียหายทำลายทรัพย์สิน คร่าชีวิตผู้คนบริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่เลือกเพศ วัย ทั้งที่พวกเขาเหล่านั้น ไม่ใช่คู่ต่อสู้แต่อย่างใด ปรากฏการณ์ก่อการร้ายโดยไม่ใยดีต่อความเดือดร้อนของประชาชนผู้บริสุทธิ์เกิดขึ้นให้เห็นเรื่อยมา อาทิ คืนวันที่ 26 มิถุนายน 2569 กลุ่มกองโจรในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ BRN ที่รวมตัวกันพร้อมอาวุธสงครามครบมือ ดักปล้นรถยนต์ชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณหัวสะพานโค้งมัสยิด บ้านคลองน้ำขุ่น อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ได้ยึดรถยนต์บรรทุกสินค้าที่ขับมาโดยสองสามีภรรยาที่ประกอบอาชีพเลี้ยงชีวิตตนองโดยไม่มีส่วนขัดแย้งกับกลุ่มโจรร้ายแต่อย่างใด กองโจรจุดไฟเผารถคันพร้อมสินค้าดังกล่าวจนได้รับความเสียหายทั้งคัน จากนั้นได้ วางระเบิดบริเวณพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดักทำร้ายและขัดขวางการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าจุดเกิดเหตุเผารถยนต์บรรทุกสินค้า และระเบิดดักการเข้าระงับเหตุร้ายของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว อยู่ในบริเวณเดียวกับพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุ คนร้ายเผารถทัวร์อย่างอุกอาจมาแล้วก่อนหน้านี้ และหลังจากก่อการร้ายต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้ว กลุ่มกองโจร BRN เหล่านี้ก็หลบหนีออกจากพื้นที่ก่อเหตุได้อย่างไร้ร่องรอยเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ปฏิบัติการก่อการร้ายขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ BRN สามารถปฏิบัติการได้สำเร็จสมบูรณ์แบบทุกครั้งด้วยหลักการสำคัญคือ กองโจร BRN จะลงมือก่อการร้ายใดๆ ต้องมั่นใจว่าการก่อการร้ายนั้นจะต้องสำเร็จโดยไม่มีการสูญเสียกองกำลังกองโจรแม้แต่คนเดียว ความมั่นใจว่าการก่อการร้ายครั้งนั้นจะบรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ 100 % เท่านั้น พวกเขาจึงจะลงมือ ซึ่งนั่นจึงทำให้การก่อการร้ายทุกครั้งขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ BRN ยังคงสร้างความน่าสะพรึงกลัวต่อคนในสังคม และท้าทายอำนาจรัฐในการรักษากฎหมายเพื่อนำความสงบเรียบร้อยมาสู่คนในพื้นที่ ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จของการก่อการร้ายทุกครั้งยังบ่งบอกถึงศักยภาพในการสู้รบด้วยอาวุธของ BRN กับรัฐได้อย่างทัดเทียม อันจะทำให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมเจรจาสันติภาพกับรัฐได้อย่างอหังการ ทั้งยังส่งสัญญาณให้สมาชิกในองค์กรร้ายนี้ มีจิตวิญญาณในการต่อสู้กับรัฐได้อย่างเข้มข้นยาวนาน คนในพื้นที่ แนวร่วม และกลุ่มคนในองค์กรร้ายนี้พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายรัฐเอกราชปาตานีที่คนในองค์กรร้ายแห่งนี้ใฝ่ฝัน และการที่องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ BRN จะปฏิบัติการร้าย คร่าชีวิตผู้คน ทำลายความสงบสุขของคนในพื้นที่ตามแผนชั่วร้ายของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยต้องไม่มีกองโจรคนใดต้องล้มหายตายจากไปแม้แต่คนเดียวได้นั้น ก็ด้วยปฏิบัติการอย่างเป็นกระบวนการที่ขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบต่อเนื่องสอดรับกันเป็นวงจรแห่งความเลวร้าย โดยมีรูปแบบการทำงานที่เป็นระบบและหมุนเวียนเป็นวงจรที่มีกระบวนการต่อเนื่องกันไป
วงจรก่อการร้ายจะเริ่มตั้งแต่การสั่งสมบ่มเพาะแนวร่วมมวลชนด้วยการล้างสมองชี้นำตีความหลักการทางศาสนาที่ดีไปในทางสร้างความขัดแย้งกับรัฐอย่างไม่เกรงกลัวการผิดบาปต่อศาสนา การล้างสมองกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาและผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ผ่านการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์เชิงบาดแผลที่บิดเบือนให้เกิดความเกลียดแค้นคนต่างศาสนา และการชี้นำให้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างระหว่างคนในพื้นที่กับคนนอกพื้นที่แต่บิดเบือนไปเป็นความแตกแยกแบ่งเขาแบ่งเรา รวมทั้งการตอกลิ่มแบ่งแยกชาติพันธุ์คนในพื้นที่ออกจากคนไทยทั่วไป เพื่อนำเยาวชนเหล่านี้ร่วมเป็นสมาชิกองค์กรร้ายแห่งนี้ตนกระทั่งสาบานตนเป็น RKK หรือกองกำลังติดอาวุธขนาดเล็ก ปะปนไปกับคนทั่วไปในหมู่บ้านคอยสนับสนุนการก่อการร้ายทุกรูปแบบ นอกจากนั้นองค์กรอาชญากรรม BRN จะเดินหน้าวงจรร้ายนี้ได้ จะต้องใช้แหล่งเงินในการขับเคลื่อนการปฏิบัติการที่พวกเขาได้จากการบังคับเก็บเงินจากทุกครอบครัวในหมู่บ้าน การเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากธุรกิจในพื้นที่ การลักลอบนำเงินงบประมาณจากโครงการของรัฐ
ขั้นตอนต่อมาของวงจรก่อการร้ายคือการเลือกเป้าหมาย และตามด้วยการการวางแผนก่อการร้ายอย่างเป็นระบบ ตามมาด้วยการรวบรวมกองกำลังที่ซ่อนพรางอยู่ในหมู่บ้าน หลังจากนั้นก็มีการแอบซักซ้อมแผนร้ายในสถานที่ปิดลับทั้งในพื้นที่ป่าเขาในพื้นที่ และที่ซ่อนตัวอยู่ทางตอนเหนือขอมาเลเซียอันเป็นเขตอิทธิพลของพรรคฝ่ายค้านของมาเลเซีย ซึ่งแกนนำระดับสูงขององค์กรร้าย BRN จะซ่อนตัวและตั้งเป็นฐานบัญชาการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ BRN ที่อยู่นอกเขตอธิปไตยของรัฐไทย หลังจากนั้นก็จะมีการรวบรวมอาวุธที่ใช้ก่อการร้าย และแผนการส่งอาวุธให้กองโจรเพื่อเข้าพื้นที่ปฏิบัติการตามแผน ควบคู่กับการหาข่าวและล็อคเป้าให้กองโจรเข้าก่อการร้ายที่มีทั้งการลอบยิง การรวมกลุ่มโจมตีด้วยอาวุธ การลอบวางระเบิด การวางเพลิง การก่อกวน จนกระทั่งการก่อการร้ายตามแผนเสร็จ ก็จะเข้าสู่ขั้นการถอนตัวออกจากพื้นที่ก่อเหตุ การส่งอาวุธให้แนวร่วมนำไปซ่อน การช่วยกองโจรหลบหนีไปยังพื้นที่ซ่อนตัวทั้งในหมู่บ้าน ในป่าเขา และการช่วยหลบหนีออกนอกประเทศไปยังพื้นที่ทางตอนเหนือของมาเลเซีย โดยกระบวนการก่อเหตุร้ายเหล่านั้นจะต้องไม่มีการสูญเสียกองกำลังกองโจรแม้แต่คนเดียว และแม้จะมีการบาดเจ็บ พวกเขาก็รักษากันเองได้โดยไม่มีการนำพาส่งโรงพยาบาลของรัฐเป็นอันขาด เป็นอันสิ้นสุดวงการก่อการร้ายอย่างสมบูรณ์แบบ
การต่อสู้ในสมรภูมิปลายด้ามขวานมีหลายมิติ และหนึ่งในนั้นคือการก่อการร้ายเป็นเครื่องมือสำคัญต่อการแพ้หรือชนะ และวงรอบของวงจรก่อการร้ายขององค์กร BRN นั้นมีขั้นตอน ที่เริ่มตั้งแต่การบัญชาการจากแกนนำ การสั่งสมบ่มเพาะสร้างแนวร่วมมวลชน การหาเงินทุนที่ใช้ในการก่อการร้าย การหาข่าวและเลือกเป้าหมาย การรวมกำลังกองโจรที่กระจายตัวอยู่ตามหมู่บ้านเพื่อปฏิบัติการ การวางแผนก่อการร้าย การซักซ้อมแผน การพากองโจรเข้าพื้นที่ การส่งอาวุธให้กองโจร การก่อเหตุร้าย การรับอาวุธจากกองโจรเพื่อซุกซ่อน การช่วยกองโจรหลบหนี และการช่วยกองโจรหลบซ่อนนั้น หัวใจสำคัญของการก่อการร้ายของ BRN คือต้องสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้นจึงจะลงมือ ดังนั้นหากรัฐสามารถตัดวงจรก่อการร้ายเพียงขั้นตอนเดียว ก็จะไม่เกิดวงรอบวงจรที่สมบูรณ์ และเมื่อนั้น BRN ก็จะไม่กล้าก่อการร้ายใดๆ ตามอำเภอใจอย่างที่เคย








