กอ.รมน.ภาค 4 สน. บูรณาการกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส หลังติดตามข้อมูลด้านการข่าวและการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง ตรวจพบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. พร้อมแม็กกาซีนและเครื่องกระสุน ซุกซ่อนอยู่ภายในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
วันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ 33 ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรตากใบ และศูนย์ปฏิบัติการอำเภอตากใบ บูรณาการกำลังเข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง ในพื้นที่บ้านศาลาใหม่ หมู่ที่ 3 ตำบลศาลาใหม่ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส โดยการปฏิบัติครั้งนี้เป็นผลจากการติดตามข้อมูลด้านการข่าวและการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง หลังปรากฏข้อมูลที่อาจเชื่อมโยงกับบุคคลและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงในพื้นที่ จึงเข้าดำเนินการตรวจสอบตามกรอบของกฎหมายเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการก่อเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
จากการเข้าตรวจสอบบ้านพักของ นายมะซอรี (สงวนนามสกุล) ซึ่งแสดงตนเป็นเจ้าของบ้านและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มิลลิเมตร พร้อมแม็กกาซีนและเครื่องกระสุนปืน ซุกซ่อนอยู่ภายในลิ้นชักโต๊ะทำงาน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว เพื่อส่งตรวจพิสูจน์และขยายผลตามกระบวนการของกฎหมาย
ทั้งนี้ อาวุธปืนของกลางจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบว่าเคยถูกนำไปใช้ก่อเหตุในคดีอาญาหรือคดีความมั่นคงมาก่อนหรือไม่ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเชื่อมโยงพยานหลักฐานและขยายผลการสืบสวนไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ภายหลังการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 เชิญตัว นายมะซอรี (สงวนนามสกุล) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยได้จัดทำประวัติเบื้องต้น ลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจภูธรตากใบ ก่อนนำตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ และนำส่งศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ (ค่ายจุฬาภรณ์) เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ พร้อมเดินหน้าบูรณาการการปฏิบัติกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบสุขให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุสามารถแจ้งได้ที่สายตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ หรือสถานีตำรวจใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและความสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป








