เสือตัวที่ 6
กระบวนการต่อสู้เพื่อแย่งยึดอำนาจการปกครองจากรัฐของขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐในพื้นที่ที่มีอยู่หลายกลุ่มโดยแต่ละกลุ่มได้มีการพัฒนาการการต่อสู้ของกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้น ทุกกลุ่มล้วนมีเป้าหมายสำคัญสุดท้ายเหมือนกันคือการแย่งยึดอำนาจรัฐมาเป็นของตนเอง เพื่ออิสรภาพในการใช้อำนาจปกครองกันเอง โดยมีกลุ่มแกนนำขบวนการเป็นผู้มีอำนาจสงสุดในการปกครองพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จ โดยกลยุทธ์สำคัญของขบวนการร้ายเหล่านี้ล้วนใช้กลยุทธ์สร้างความเห็นต่างจากคนไทยโดยทั่วไป เป็นกระบวนการสร้างความเห็นต่าง จนถึงขั้นเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่ที่มีต่อคนอื่นๆ ของรัฐ โดยใช้ประวัติศาสตร์อันบิดเบี้ยวผ่านการสร้างวาทกรรมการที่คนในพื้นที่ถูกยึดครองจากสยามในอดีต และการแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ให้รู้สึกนึกคิดแตกต่างทางชาติพันธุ์อย่างสุดโต่งระหว่างคนส่วนใหญ่ของรัฐกับคนในพื้นที่ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยหยิบยกการสืบทอดเชื้อสายมลายูมุสลิมปาตานีอันเข้มข้นเพื่อแยกเขาแยกเราอย่างสุดโต่ง รวมทั้งการแบ่งแยกผู้คนของรัฐให้เกิดความแตกต่างทางความเชื่อทางศาสนาระหว่างคนไทยที่นับถือศาสนาอื่นกับคนในพื้นที่ที่นับถือศรัทธาตามความเชื่อทางศาสนาอิสลามเฉพาะถิ่นผ่านวาทกรรมมลายูมุสลิมปาตานี ตลอดจนกระบวนการหล่อหลอมความเห็นอันเป็นปรปักษ์กับคนทั่วไปของรัฐผ่านวาทกรรมลวงโลกทั้งการถูกกดขี่ ข่มเหง การลิดรอนและกดทับจนคนมุสลิมในพื้นที่ขาดอิสระในการปฏิบัติตามหลักศาสนา และการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปกครองของรัฐไทย สร้างความรู้สึกนึกคิดแปลกแยกแตกต่าง เพื่อแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ปลายด้ามขวานออกจากผู้คนในพื้นที่อื่นจากรัฐโดยสิ้นเชิงในทุกมิติ
กระบวนการต่อสู้ด้วยกลยุทธ์สร้างความเห็นต่างที่แกนนำขบวนการร้ายปลายด้ามขวานได้ดำเนินการมาอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เป็นศาสตร์ของการแบ่งแยกแล้วปกครอง (Divide and Rule) ที่มีการนำไปใช้หลายสมรภูมิสู้รบในอดีตโดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อแย่งยึดอำนาจการปกครองของรัฐ อาทิ จักรวรรดิอังกฤษในการเข้ายึดครองอินเดีย ได้ใช้กลยุทธ์แบ่งแยกชาวฮินดูและมุสลิมออกจากกันผ่านความเห็นต่างทางความเชื่อทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และชาติพันธุ์ของชาวฮินดูและมุสลิมในอินเดีย ตลอดจนการสร้างความขัดแย้งระหว่างวรรณะและภูมิภาค เพื่อที่อังกฤษจะควบคุมประเทศอินเดียได้ง่ายขึ้นและได้อำนาจรัฐมาเป็นผลสำเร็จในที่สุด เป็นต้น และการแบ่งแยกแล้วปกครองนี้ เป็นกลยุทธ์อันลึกซึ้งที่ได้ผลมาโดยตลอด และมันกำลังถูกประยุกต์ใช้จากขบวนการร้ายปลายด้ามขวานอย่างได้ผล โดยแกนนำขบวนการร้ายแห่งนี้ได้ใช้กลยุทธ์ในการสร้างความเห็นต่างจากรัฐในทุกมิติ ทั้งทางการเมืองที่ชี้นำบ่มเพาะหล่อหลอมความคิดคนในพื้นที่ให้เชื่อว่าพื้นที่ปลายด้ามขวานเป็นของชาวมลายูมุสลิมปาตานีมาแต่เดิมและได้ถูกรัฐ(สยาม) แย่งยึดครองไปอย่างไม่เป็นธรรม และยังถูกรัฐ(สยาม) กดขี่ ข่มเหง และปกครองพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรม โดยอ้างว่าดินแดนแห่งนี้เป็นของบรรพชนชาติพันธุ์มลายูมุสลิมปาตานี รวมทั้งการดำเนินการทางกายภาพให้แตกต่างแบ่งแยกจากคนส่วนอื่นของรัฐทั้งการแต่งกาย รูปแบบกิจกรรม ตลอดจนการแยกเด็กและเยาวชนที่ต่างศาสนาออกจากกันตั้งแต่สถานศึกษาชั้นเด็กเล็กจนถึงอุดมศึกษา ทั้งหลายเหล่านี้เพื่อแบ่งแยกผู้คนในพื้นที่ปลายด้ามขวานแห่งนี้ออกจากคนส่วนใหญ่ในพื้นที่อื่นของรัฐทั้งทางความคิด จิตวิญญาณให้ออกห่างจากกันมากขึ้นๆ จนยากที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขได้
กระบวนการต่อสู้ของขบวนการร้ายปลายด้ามขวานแห่งนี้สอดรับกับแนวทางของศาสตร์การแบ่งแยกแล้วปกครอง ซึ่งกล่าวไว้ว่าเป็นกระบวนการทางการเมืองและสังคมที่ผู้มีอำนาจสร้างขั้นมาและแสวงโอกาสในการใช้ประโยชน์จากความแตกแยกเหล่านั้น โดยใช้ความเชื่อทางศาสนา ชาติพันธุ์ ประวัติศาสตร์ กลไกระหว่างประเทศผ่านแนวคิดด้านสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นธรรม มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสร้างความคิดเห็นที่แตกต่างแปลกแยกกับคนส่วนอื่น และในขณะเดียวกันก็สร้างความเห็นร่วมในการผนึกกำลังกันต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามซึ่งก็คือรัฐและประชาชนทั่วไปที่มีความแตกต่างเหล่านั้น เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพของกลุ่มตนอย่างกล้าแข็ง ผ่านวาทกรรมรัฐเอกราชปาตานี ซึ่งนั่นจะทำให้กลุ่มแกนนำมีโอกาสในการสอดแทรกเข้ามาอิทธิพลควบคุมอำนาจการปกครองคนในพื้นที่ได้ง่ายขึ้น อันจะทำให้เกิดฐานแนวร่วมมวลชนของขบวนการร้ายในวงกว้างอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
นอกจากขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐใช้กลยุทธ์การแบ่งแยกแล้วปกครองเพื่อเอกราชปาตานีในพื้นที่ปลายด้ามขวานแล้ว พวกเขายังขยายผลไปสู่การเมืองระดับชาติอย่างเป็นระบบและกำลังขยายตัวในวงกว้างสู่แวดวงวิชาการระดับชาติอย่างน่าสะพรึงกลัว การแบ่งแยกผู้คนในสังคมด้วยวาทกรรมความเท่าเทียมผ่านนักเลือกตั้งที่กำลังสอดแทรกผ่านระบบพรรคการเมืองที่หลากหลายในห้วงแห่งวาระการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ คนกลุ่มแนวร่วมการแบ่งแยกการปกครองเหล่านี้ได้สร้างปรากฏการณ์ที่ขยายตัวของแนวคิดการแบ่งแยก แล้วปกครองจากพื้นที่ไปสู่การเมืองท้องถิ่น ข้าราชการท้องถิ่นที่เป็นแนวร่วม สู่นักการเมืองที่เป็นแนวร่วมเข้าขับเคลื่อนการแบ่งแยกผู้คนผ่านนโยบายแปลกแยกที่ให้สิทธิพิเศษอันสอดรับกับเส้นทางสู่อิสรภาพในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่อย่างแนบยล อันเป็นการสนับสนุนแนวคิดให้สังคมเห็นว่าคนในพื้นที่แห่งนี้มีความแตกต่างกับคนในพื้นที่อื่นจริงและควรให้สิทธิในการปกครองกันเองของคนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
และในขณะที่การแบ่งแยกคนในพื้นที่ปลายด้ามขวานกับคนส่วนอื่นของรัฐเกิดขึ้น ก็จะส่งผลให้เกิดความเห็นพ้องของคนในพื้นที่แห่งนี้ที่เห็นว่าพี่น้องมลายูมุสลิมเป็นพวกเดียวกัน มีความเป็นชาติพันธุ์มลายูที่สืบทอดมาจากบรรพชนเดียวกัน มีความเชื่อทางศาสนาอิสลามมลายูด้วยกัน มีวิถีชีวิตในแบบเดียวกัน มีวัฒนธรรมมลายูอันงดงามอย่างเดียวกัน มีประวัติศาสตร์มลายูอันยิ่งใหญ่ หากแต่ถูกกดทับทำลายจากผู้รุกรานจวบจนปัจจุบัน ซึ่งพวกเขาต้องร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพในการปกครองกันเองอย่างกล้าแข็ง และปรากฏการณ์ดังกล่าวนั้นจึงเป็นที่มาของการแบ่งแยก ที่มุ่งแยกมลายูมุสลิมในพื้นที่ชายแดนใต้ออกจากคนส่วนอื่นของประเทศ แล้วเข้าร่วมต่อสู้เพื่ออิสรภาพในการปกครองกันเองในนามรัฐเอกราชปาตานีให้จงได้








