สถาพร ศรีสัจจัง
ผมมีโอกาสพบและสนทนากับรศ.ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว(พี่โสรีช์ของผม)ครั้งสุดท้ายน่าจะเป็นช่วงปีพ.ศ.2524 คือ เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เป็นช่วงที่ท่านเพิ่งเรียนจบปริญญาเอกจากอเมริกาและกลับมาทำงานได้ไม่นานนัก ครั้งนั้นจำได้ว่าผมบอกพี่โสรีช์ว่า “มาขอกาแฟกิน” การพบครั้งนี้ได้คุยกับท่านนานมากเป็นพิเศษ เรื่องสำคัญที่ท่านคุยให้ฟังและเน้นย้ำ ส่วนใหญ่เป็นเรื่อง “การเปลี่ยนกระบวนทัศน์” ทางความคิดเกี่ยวกับ “วิธีวิทยา” ด้านจิตวิทยาของตัวท่านเอง
พี่โสรีช์พูดกระเซ้าผมทำนองติดตลกว่า “เหมือนถาพร(ผู้เขียน)เคยพูดเลย ติดทฤษฎี” หมาน้ำลายไหล” อยู่ได้ตั้งนาน! ของดีอยู่หน้าบ้านตัวเองตั้งแต่เกิดแท้ๆ(ท่านกล่าวในภายหลังว่าคือ “วัด”) ตอนนี้พี่เห็นชัดแล้ว ว่า “จิตเป็นใหญ่ จิตเป็นหัวหน้า จิตเป็นประธาน” เหมือนพระพุทธเจ้าตรัสจริงๆ จะแก้อะไรก็ต้องแก้ที่ตรงนั้น ตามคำสอนนั่นแหละ ลัดตรงที่สุด
นั่นคือปี 2524 จำได้ว่าหลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระกันอย่างมี “สมารมณ์” แล้ว ตอนขอลากลับท่านก็กอดคอผมเดินโคลงเคลงตามสไตน์ออกมาส่งที่หน้าตึก ก่อนแยกจาก ท่านพูดเหมือนสั่งความทำนองว่า
“ถาพรยังเขียนหนังสือทำหนังสือให้คนอ่านอยู่ใช่ไหม?” มองหน้าผมยิ้มๆแล้วบอกว่า “อย่าลืมรักษาจิตใจให้ดี พรหมวิหารสี่ที่เรียนมาตอนเด็กนั่นหละดีที่สุด…”
จำได้ว่าตอนเดินมารอรถเมล์หน้าคณะครุฯ ผมฉุกคิดถึงคำของ “พระอาจารย์พงษ์ศักดิ์ เตชะธมฺโม” พระนักอนุรักษ์ป่า อดีตเจ้าอาวาสวัดผาลาด เชียงใหม่ พระอาจารย์ของผม(ปัจจุบันมรณะภาพแล้ว)ขึ้นมาวูบๆ ตอนผมลงจากวัดผาลาดเมื่อกระโน้น พระอาจารย์พงษ์ศักดิ์ก็เมตตา
“บอกธรรม” เหมือนกับที่พี่โสรีช์เมตตาสอนผมยังกับแกะ!
หลังปี 2524 ผมอพยพชีวิตลงมาทำงานประจำที่สงขลา แต่ก็ติดตามได้รับข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพี่โสรีช์เป็นระยะๆ ทั้งเรื่องราวในวงการศึกษาและเรื่องในวงการหนังสือ
เรื่องราวในวงการอุดมศึกษา(บังเอิญผมก็อยู่ในวงการนี้)ก็ได้ทราบข่าวเป็นระยะๆตลอดมาว่า พี่โสรีช์ ประสบความสำเร็จใน “วิชาชีพนักจิตวิทยาการให้คำปรึกษา” อย่างสูงยิ่ง มีลูกศิษย์ลูกหาทั้งที่สอนโดยตรงและโดยอ้อมมากมาย เป็นที่รักของศิษย์ และ “บุคคล” ทุกฝ่ายทุกคนที่มีโอกาสสัมผัสสัมพันธ์ในทางใดทางหนึ่งกับท่าน
ที่สำคัญคือท่านได้ “สถาปนาเชื่อมโยง” แก่นกัลยาณธรรมที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า เข้ากับหลักจิตวิทยาแบบตะวันตก จนก่อเกิดเป็น “จิตวิทยาการให้คำปรึกษาเชิงพุทธ” (Buddhist Counselling Psychology) ให้แผ่เผยไปในสังคมไทยอย่างเป็นผลและอย่างกว้างขวาง ตามเจตนารมณ์ที่ท่านตั้งหวังไว้แต่เบื้องต้น
ด้านวงการหนังสือ (ทั้งเชิง “วิชาการ” และ “เชิงสร้างสรรค์”) ผมพบว่าในห้วงหลังปีพ.ศ. 2524 จนถึงปีพ.ศ.2569 พี่โสรีช์ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก มีหนังสือทั้งที่ท่านเขียนเองและแปลจากนักคิดนักจิตวิทยาร่วมสมัยคนสำคัญๆของโลก(เช่น กฤษณมูรติ/ตาร์ถัง ตุลกู/และพระติช นัท ฮันห์ เป็นต้น) ที่ยังจำชื่อได้ก็เช่น “แห่งความสดใสของชีวิต”/“แห่งการเดินทางอันร่าเริง”/“แห่งการงานอันเบิกบาน”(แปลของตาร์ถัง ตุลกู)เป็นต้น ส่วนหนังสือทางวิชาการ เช่น “จากจิตวิทยาสู่พุทธธรรม”/“การปรึกษาเชิงจิตวิทยาตามหลักพระพุทธศาสนา”/“จิตวิทยาการปรึกษาแนวพุทธ” (Buddhist Counselling)/ “สัจธรรมและการเยียวยา” ฯลฯ
ในฐานะน้องชายที่ได้รับความเมตตาจากพี่โสรีช์ทั้งทางปัญญาและทางน้ำใจอย่างมากมายในช่วงยามแห่ง “ความไม่รู้” ในวัยหนุ่ม ผมอาจล่วงเกินพี่ในทางใดทางหนึ่งที่อาจทำให้ “สัตบุรุษ” อย่างพี่ต้องรำคาญหรือผิดหวัง ก็ต้องกราบขออภัยพี่จริงๆ
ตอนเป็นหนุ่มกระทง ที่เชียงใหม่ พี่บอกว่าชอบอ่านกลอนผม “บทคารวะ” พี่บทนี้ ผมจึงขอจบด้วยการอ่านกลอนที่เพิ่งเขียนถึงพี่(เพราะอยากให้คนอื่นในสังคมได้รู้จักพี่จากมุมที่ผมรู้จัก)ให้พี่ฟังสักบทนะครับ งานชิ้นนี้ชื่อคือ อาจารย์โสรีช์ โพธิ์แก้ว/ผู้แจ้งแล้ว-แจ้งในหัวใจ‘รัก’!
ฟังนะครับพี่:
@ ใจอิ่มเอื้อให้ ใจศักดิ์สิทธิ์/ต้นแบบ-กัลยาณมิตรแห่งยุคสมัย/ต้นแบบโดดเด่น-เห็นด้วยใจ/เรียบง่าย-แต่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน/เป็นลิ้นงูในปากงูเพราะรู้คิด/เพราะรู้ทัน-ไม่ติด,จึงรู้ตื่น/เพราะรู้ปลดรู้ปลงรู้ส่งคืน/จึงกล้ายื่นหัวใจให้จักรวาล/เปี่ยมหัวใจศักดิ์สิทธิ์แห่งมิตรภาพ/หัวใจจึงเอิบอาบไปทุกด้าน/เบิกบุญสดใสในการงาน/ พรหมวิหารสี่ตั้งแบบรู้ทัน/ในความปล่อยวาง-ไม่ว่างเว้น/ในความเยือกเย็น-เปี่ยมไฟฝัน/มีชีวิต“ตื่น”เพื่อยืนยัน/เพื่อแบ่งปันถ้วนสิ่ง,จริง-ดี-งาม!/ยืนยัน “ความสุขแห่งชีวิต”/ยืนยันความคิดการฝ่าข้าม-/‘ทางทุกข์’แห่งใจไปนิยาม/พบความเจิดแจ้งแห่ง “ทางไท” !…ฯ
@ คือ ‘อาจารย์โสรีช์ โพธิแก้ว’
ดังพรากจากแล้ว-ยังยิ่งใหญ่!
แห่งภาพจำ-ภาพตัว,ภาพหัวใจ
อันแจ้งชัดอยู่ใน-หัวใจรัก!ฯ
ด้วยหัวใจรักเคารพ“รองศาสตราจารย์ ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว” รุ่นพี่แห่งคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่-พี่ชายผู้เปี่ยมด้วยเจตนาเมตตาธรรมและความเป็นกัลยาณมิตรต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการอุทิศเวลาแห่งชีวิตปฏิบัติแผ่เผยกัลยาณธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นอย่างเป็นที่ประจักษ์ในหัวใจของผู้ได้มีโอกาสรู้เห็นสัมพันธ์ตลอดมา-ขอคารวะด้วยหัวใจครับ!!
#โสรีช์โพธิแก้ว #จิตวิทยาพุทธ #คารวาลัย #แรงบันดาลใจ #กัลยาณมิตร #พุทธธรรม #วงการศึกษา #นักคิดไทย #บทความชีวิต #ความทรงจำ #siamrathonline








