คำพูดที่ว่า “เด็กสมัยนี้ฉลาดแล้ว ไม่โดนใครหลอกหรือปั่นหัวง่ายๆ หรอก” เป็นความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุดในยุคข่าวสารทะลัก เพราะความฉลาดของเด็กยุคนี้คือความคล่องแคล่วในการเข้าถึงข้อมูล ค้นหาไว และเกาะกระแสเร็ว แต่ความสามารถในการหาข้อมูลกับภูมิคุ้มกันเป็นคนละเรื่องกัน
ทำไมเด็กที่ดูฉลาดถึงยังตกเป็นเครื่องมือของการปลุกปั่นได้ง่าย? มาจากหลายปัจจัยทั้งเรื่องของพัฒนาการทางสมอง ไวต่อความรู้สึกยุติธรรม ความโกรธ และความกลัว จะทำงานเต็มที่ตั้งแต่วัยรุ่น ในขณะที่สมองส่วนหน้าซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งชั่งใจ ประเมินข้อเท็จจริง และคิดอย่างมีเหตุผล จะพัฒนาสมบูรณ์เมื่ออายุประมาณ 25 ปี
นักปลุกปั่นจึงไม่ได้โจมตีที่ตรรกะ แต่ตั้งใจสร้างข่าวลือหรือกระแสไวรัลที่ยั่วให้อารมณ์พุ่งสูง จนเกิดภาวะลักพาตัวทางอารมณ์ ทำให้ตรรกะและความฉลาดที่มีอยู่ถูกปิดการทำงานทันที โดยไม่เช็กความถูกต้อง
นอกจากนี้ เด็กวัยรุ่นยังมีธรรมชาติของการค้นหาตัวตนและต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนอย่างรุนแรง ที่มักมองโลกเป็นสีขาว-ดำ คือถ้าไม่เห็นด้วยแปลว่าเป็นศัตรู
และสิ่งที่เป็นกับดักสำคัญคืออีโก้ของเด็กฉลาดที่มีความมั่นใจเกินความเป็นจริง มักเชื่อว่าตัวเองรู้เท่าทันและไม่มีทางโดนปั่นหัว ความประมาทนี้ทำให้ไม่ตั้งคำถามกับสื่อที่ตรงกับอคติตัวเอง
การที่สถาบันการศึกษาและบุคคลากรทางการศึกษาจัดเวทีเสวนาให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ให้เด็กฟังเพื่อแลกกับชั่วโมงกิจกรรม จึงสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการ "ยัดเยียด"ชุดความคิดและความเชื่อให้กับเด็ก ไม่ต่างอะไรกับการล้างสมอง โดยไม่คำนึงหรือตระหนักถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการเรียนรู้ของเด็ก
#บทบรรณาธิการสยามรัฐ#เด็กยุคใหม่ #เตือนภัยสแกมเมอร์ #จิตวิทยาเด็ก #เลี้ยงลูกเชิงบวก #ExecutiveFunctions #EF #ภัยออนไลน์ #การรู้เท่าทันสื่อ #พรรคประชาชน #รัฐศาสตร์มอ








