ปรากฏการณ์ของโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่เรื่องของการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของจิตวิทยาและยุทธศาสตร์สื่อที่ซับซ้อน มองเผินๆ หลายคนอาจตัดสินทรัมป์ในประเด็นความหลงตัวเอง แต่ความหลงตัวเองนี้ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นอาวุธทางการเมืองอันทรงพลัง ทรัมป์ใช้ความมั่นใจในตนเองที่ล้นปรี่เป็นจุดขายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ผู้นำที่แข็งแกร่ง ในยุคที่ผู้คนเบื่อหน่ายนักการเมืองแบบดั้งเดิม ความหลงตัวเองนี้ทำให้เขามองว่าตนเองคือศูนย์กลางของความถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้เขาสามารถสื่อสารกับมวลชนได้โดยไม่ต้องแคร์บรรทัดฐานทางจริยธรรมแบบเดิมๆ
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือกลไกของทีมที่ปรึกษา โดยเฉพาะทนายความและนักวางแผนที่เปรียบเสมือนเงาตามตัว ซึ่งมักได้รับอิทธิพลจากต้นแบบอย่าง รอย โคห์น ผู้มีคติประจำใจว่า "อย่าแก้ต่าง แต่ให้โจมตีกลับ" เทคนิคที่พวกเขาใช้จึงไม่ใช่การต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริงในชั้นศาลเพียงอย่างเดียว แต่คือการใช้การข่มขู่ และการฟ้องร้อง (Litigation) เพื่อปิดปากคู่ต่อสู้ หรือสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ตรวจสอบ
ยุทธศาสตร์การทำงานของทีมทรัมป์มักมุ่งเน้นไปที่การสร้างความกลัวในหมู่สื่อมวลชนผ่านการขู่ฟ้องคดีหมิ่นประมาท เพื่อให้สื่อระมัดระวังในการขุดคุ้ยข้อมูล ควบคู่ไปกับการกดดันผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อชี้นำให้มวลชนเข้าโจมตีศัตรูทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เห็นต่าง รวมถึงการใช้เทคนิคทางกฎหมายเพื่อประวิงเวลา ให้กระบวนการยุติธรรมกลายเป็นเรื่องการเมืองในสายตาประชาชน จึงไม่แปลกกับท่าทีของทรัมป์ในการเมืองโลก การทำลายกลไกตรวจสอบและถ่วงดุล เมื่ออำนาจถูกขับเคลื่อนด้วยอัตตาที่ไร้ขีดจำกัด และประคองด้วยการข่มขู่มากกว่าการเคารพหลักการ สังคมย่อมก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง "ความกลัว" น่าสนใจว่าท้ายที่สุด จะมี “ผู้กล้า” ต่อกรและดับอหังการของเขา ท่ามกลางศึกในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ
#DonaldTrump #Politics #Psychology #RoyCohn #Trumpism #โดนัลด์ทรัมป์ #วิเคราะห์การเมือง #อำนาจ #ยุทธศาสตร์สื่อ








