แม้หลายฝ่ายจะเชื่อว่า ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น ประชาชนส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะเลือกใคร และพรรคการเมืองใดเป็นตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ สส. และบริหารประเทศ
แต่ยังคงมีบางส่วนที่เกิดคำถามว่า จะเลือกใครดี? ผู้เขียนเองไม่อาจชี้นำหรือโน้มน้าวใดๆ แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ แต่ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน การตัดสินใจเลือกตั้งของคนไทยในปัจจุบัน ก่อนจะกากบาทลงบนกระดาษ จำเป็นต้องใคร่ครวญให้ถ้วนถี่
จึงชวนคุณผู้อ่านคิดตามแคมเปญในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ กับสโลแกนที่เหมือนจะได้ยินบ่อยๆ ตามพื้นที่สาธารณะ หนึ่งคือเลือกเพื่อ “การเปลี่ยนแปลง” และอีกหนึ่งคือการเลือกเพื่อ “ความมั่นคงและรักชาติ” ในทัศนะของผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการนั้นมองว่า ทั้งสองขั้วความคิดนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งที่ต้องกำจัดอีกฝ่ายให้สิ้นไป แต่เป็นสองแรงผลักดันที่ต้องหาจุดสมดุลร่วมกันเพื่อให้สังคมขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างยั่งยืน
หากเรามองในมุมของการเลือกเพื่อการเปลี่ยนแปลง สิ่งนี้สะท้อนถึงความปรารถนาที่จะเห็นโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจถูกเขย่าให้หลุดพ้นจากปัญหาเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำที่ถ่างกว้าง หรือระบบราชการที่ล่าช้า การเลือกในทิศทางนี้จึงเน้นไปที่พรรคการเมืองที่มีความกล้าในการนำเสนอนโยบายเชิงรุก การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้เสียงของประชาชนดังขึ้นกว่าเดิม
ในขณะที่อีกฟากฝั่งอย่างการเลือกเพื่อความมั่นคงและรักชาติ ก็มีเหตุผลที่หนักแน่นในเรื่องของการรักษาสันติภาพและการประคองสังคมไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมจนเปราะบางเกินไป การรักชาติในความหมายยุคใหม่จึงถูกตีความถึงการรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักที่เป็นศูนย์รวมจิตใจ ควบคู่ไปกับการบริหารเศรษฐกิจที่เน้นความต่อเนื่อง ไม่ฉาบฉวย เพื่อให้มั่นใจว่าการเดินหน้าของประเทศจะเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังท่ามกลางมรสุมภูมิรัฐศาสตร์โลก
อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินใจเลือกใครนั้น ผู้เขียนเห็นว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรใช้วิจารณญาณที่อยู่เหนืออารมณ์ชั่ววูบ โดยพิจารณาจากความเป็นไปได้จริงของนโยบายประกอบกับประวัติที่ผ่านมา เพราะนโยบายที่ฟังดูสวยหรูหากปราศจากแหล่งที่มาของงบประมาณที่ชัดเจน หรือเป็นเพียงวาทกรรมที่ขาดความสามารถ ก็อาจนำไปสู่หายนะของชาติในระยะยาว
ดังนั้น การเลือกตั้งที่ชาญฉลาดในบริบทไทยจึงไม่ใช่การเลือกเพียงเพราะคำนิยามว่า "รักชาติ" หรือ "ก้าวหน้า" ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา แต่คือการวิเคราะห์ว่าใครคือผู้ที่จะเข้ามาบริหารจัดการผลประโยชน์ของส่วนรวมได้จริง
สุดท้ายแล้ว คำตอบของการเลือกตั้งจึงกลับมาที่คำถามพื้นฐานว่า เราต้องการเห็นประเทศไทยเป็นแบบไหนในอีกสี่ปีข้างหน้า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ พร้อมกับการรักษาความสงบสุขที่เอื้อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี
การตัดสินใจของพวกเราทุกคนจึงเป็นส่วนผสมระหว่างความกล้าหาญในการรักษาประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ ให้เป็นบ้านที่น่าอยู่สำหรับคนทุกเจเนอเรชันอย่างแท้จริง
#เลือกตั้ง69 #การเมือง #เปลี่ยนหรือไปต่อ #ฉลาดเลือก69








