ผู้การวิศรุฒน์
หลัง คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ แต่งตั้งให้ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งนั่งในตำแหน่งนี้มา 2 ปี ให้ขยับไปเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ว่างลงจากการเกษียณ แทนในปีสุดท้ายก่อนเกษียณเกษียณราชการตุลาคม 2570
ก็มีรายงานยืนยันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหมและ พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. รวมถึง “เสธ.ปูด้วง” พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกแล้ว ในการขอตัว พลเอกชัยพฤกษ์ ให้ข้ามมานั่งตำแหน่งเลขาธิการ สมช.คนใหม่
เพราะ พลเอกชัยพฤกษ์ ได้ทำงานด้านความมั่นคงมาตลอด และมีบทบาทสำคัญในห้วงการสู้รบกับกัมพูชาที่ผ่านมา รวมถึงการนั่งตำแหน่งเลขาธิการกอ.รมน. เดิม ดูแลปัญหาชายแดนภาคใต้ และ ปัญหาความมั่นคงรอบด้าน จึงเห็นว่าความเหมาะสม
อีกทั้งเป็นเตรียมทหารรุ่น 26 เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับทั้ง พลโทอดุลย์ พลเอกพนา พลอากาศเอกเสกสรร คันธา ผบ.ทอ. และ การนำรุ่นอีกหลายคนที่กำลังขึ้นมาเป็นผู้นำเหล่าทัพ จึงจะทำให้ง่ายต่อการประสานงานการทำงาน ที่จะกระชับระยะห่างในระหว่างหน่วยความมั่นคง ที่ส่วนใหญ่เป็นทหาร ยิ่งในยามที่มีปัญหาด้านความมั่นคงรอบด้านเช่นนี้
สำหรับ พลเอกชัยพฤกษ์ หรือที่รู้จักกันใน เสธ.ปูด้วง เติบโตจากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี เมื่อจบจากโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และนายร้อยจปร.รุ่นที่ 37 ก็ลงในตำแหน่ง ผู้บังคับหมวดปืนเล็กกองร้อยอาวุธเบา ร.19 พัน2) (ผบ.มว.ปล. ร้อย.อวบ. ร.19 พัน.2)
หลังจากทำงานในพื้นที่ชายแดนด้านตะวันตก มารระยะหนึ่งได้ย้ายมาเป็นผู้บังคับหมวด กรมนักเรียนนายร้อย จปร. รักษาพระองค์ ก่อนย้ายมาเป็นผู้หมวดปืนเล็ก ร.1 พัน.4 รอ. และเติบโตในหน่วยนี้ จนเป็นผู้บังคับกองร้อยสนับสนุน
จากนั้นเมื่อจบโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่น77 ได้ย้ายมาเป็น ฝ่ายเสนาธิการประจำกรมยุทธการทหารบก (ยก.ทบ.) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ พลเอกชัยพฤกษ์ ได้เข้ามาสู่ฝ่ายอำนวยการ และกลายเป็นหน่วยสำคัญ ที่ พลเอกชัยพฤกษ์ ได้เติบโตและเรียนรู้งานสำคัญของกองทัพในด้านยุทธการ การวางแผนและการรบ จนเป็นผู้อำนวยการกองยุทธการฯ และ ผอ. กองสำนักนโยบายและแผน และ ผู้อำนวยการกองการฝึก บก.ทบ. คุมค่ายไทรโยค กาญจนบุรี และพื้นที่ชายแดน ด้านการฝึก
โดยในห้วงนั้น “บิ๊กป๊อก” พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้ดึงตัวไปช่วยงานเป็นทีมฝ่ายเสนาธิการ ต่อเนื่องมาจนยุคของ “บิ๊กตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ. จึงได้เรียนรู้งานในหลายด้าน
ก่อนขึ้นเป็นรองเจ้ากรมยุทธการทหารบกและเป็น เจ้ากรมยุทธการทหารบก และ เป็น รอง เสธ.ทบ. และขึ้นเป็นพลเอกใน ตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ควบตำแหน่งเลขาธิการกอ.รมน. ในการโยกย้ายตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา และมีบทบาทสำคัญ ในห้วงการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา และมักเป็นตัวแทนผบทบ. เดินทางลงพื้นที่ รวมถึงไปประชุมกับนายกรัฐมนตรี บ่อยครั้ง จากที่เคยรู้จักกันมาก่อนอยู่แล้วจึงยิ่ง คุ้นเคยและทำงานด้วยกัน มีอะไรนายอนุทิน ก็จะโทรสอบถาม และบางครั้งก็ตำหนิ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเรื่องในภาคใต้ โดย พลเอกชัยพฤกษ์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า นายอนุทิน โทรมาเอ็ดตลอด พร้อมกำชับสั่งการในเรื่องต่างๆ
ก่อนที่ล่าสุดจะได้รับ การย้ายโอนจากกองทัพบก ไปอยู่สำนักนายกรัฐมนตรีในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ซึ่งในช่วงนี้เป็นห้วงของการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนาย พล หรือโผทหารพอดี ส่งผลให้ในส่วนของกองทัพบก ต้องมีการแก้ไข โผทหาร เพื่อส่งตัวพลเอกชัยพฤกษ์ ข้ามไป สมช. และจัดวางตัวนายทหารขึ้นมาแทน ในอัตราพลเอกพิเศษ ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้าพอดี
และทำให้การแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกอง ทัพบกคล่องตัวมากขึ้น ในการจัดวางในระดับห้าเสือกองทัพบก








